ศิลปะ

เรื่องราวประติมากรรมของโรมันและกรีก

ประติมากรรมภาพวาดภาพเขียนของชาวโรมันและชาวกรีกได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้า หรือแม้แต่ช่วยงานประติมากรรมต่างๆที่ถูกถ่ายทอดมาจนถึงยุคปัจจุบันอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศิลปะหรือการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ต่างๆสามารถเรียนได้ผ่านงานในศิลปะได้ทั้งสิ้น

งานที่มีชื่อเสียงมากมายหรือว่าแนวคิดการทำงานต่างๆได้ถูกถ่ายทอดมาจนถึงยุคปัจจุบันอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การเปลี่ยนแปลงของลักษณะงานประติมากรรมของชาวกรีกและชาวโรมันที่ซึ่งถูกถ่ายทอดซึ่งกันและกันได้ถูกส่งต่อมาจนถึงยุคปัจจุบัน

ศิลปะคือการพัฒนาความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของสุนทรียภาพของผู้คนก็ขึ้นอยู่กับงานศิลปะทั้งสิ้นทุกคนต่างมีการศึกษา ทางด้านศาสนาความเชื่อ นี่เองจึงทำให้งานเสียต่างๆมีบทบาทอย่างมากในการเป็นสื่อให้กับผู้คนไม่ว่าจะเป็นในอดีตถึงปัจจุบัน

โดยเฉพาะชาวกรีกซึ่งชาวกรีกตอนปลายที่มีการรุกรานอาณาจักรอื่นค่อนข้างเยอะ นี่เองจึงทำให้วัฒนธรรมเกี่ยวชาวกรีกไปจนถึง การแพร่ขยายของวัฒนธรรมการใช้ชีวิตหรืองานศิลปะต่างๆได้ถูกถ่ายทอดไปถึงชาวโรมัน อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศต่างๆสามารถศึกษาได้เกี่ยวกับงานศิลปะ

ศิลปะคือการกล่อมเกลาจิตใจมนุษย์และคือการบันทึกเรื่องราวต่างๆตั้งแต่ในอดีตมาการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นราชอาณาจักรของกรีกโรมันได้มีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะชาวโรมันที่ในยุคปัจจุบันมีงานศิลปะเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นมา

ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมการออกแบบต่างๆหรือแม้แต่จะเป็น งานประติมากรรมแตกต่างอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ สถาบันทางสังคมต่างๆของชาวกรีกที่มีผลกระทบต่อชาวโรมันอย่างมากอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การสนับสนุนการเจริญอำนาจหรือการเรื่องลืออำนาจต่างๆ

ทำให้ปฏิมากรรมของชาวกรีกและชาวโรมันได้รับชื่อเสียงอย่างมากโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็ยังมียุคสมัยทั้ง 2 ยุค นั่นก็คือยุคกรีกและยุคโรมัน ที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่งานศิลปะต่างๆที่ถูกถ่ายทอดมา

ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อทางศาสนาทั้งนั้นพระเจ้าหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของกิจกรรมของผู้คนในการไม่มีการสร้างเกี่ยวกับบรรพบุรุษ ความเชื่อต่างๆหรือการเทิดทูนต่างๆเกี่ยวงานต่างๆอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในการพัฒนางานต่างๆเหล่านี้มีการสร้างคุณค่าให้คนรุ่นหลังได้เห็นนี่จะเป็นส่วนสำคัญที่การเคารพบูชา

หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของประติมากรรมต่างๆได้แสดงออกถึงความต้องการในการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในการพัฒนางานต่างๆของแต่ละรูปแบบงาน จนมาถึงในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนางานที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub

ศิลปะ

ประเทศไทยและความสำคัญของงานศิลปะ

 

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆหรือการเข้าถึงการศึกษาการปรากฏขึ้นของงานศิลปะทั้งสิ้นมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัยมีการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบทางด้านสังคม คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันสามารถเข้าถึงงานศิลปะทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นรูปแบบในการติดต่อสื่อสารของเทคโนโลยีต่างๆที่มีการเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาความคิดรวมถึงลักษณะการใช้ชีวิตต่างๆ

อย่างไรก็ตามที่จำเป็นสำหรับคณิตการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหรือว่าการใช้ชีวิตต่างๆเหล่านี้ช่วยพัฒนาจิตใจผู้คนให้ดีมากขึ้น วันนี้ปัจจุบันที่ระบบใช้ในการติดต่อสื่อสารอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่จะเป็นอุปกรณ์สมาร์ทโฟนต่างๆ Social Media หรือระบบต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนมีระบบการติดต่อสื่อสารที่ดีมากขึ้นอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ที่ศิลปินในยุคปัจจุบันมีการทำงานศิลปะร่วมสมัยเป็นอย่างมาก ขอชื่อ Media เป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงง่ายมากขึ้นในการส่งต่อเรื่องราวต่างๆเลยส่งต่อแนวคิด ศิลปะคือการส่งต่อรูปแบบการทำงานหรือรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มนุษย์มีการสร้างประติมากรรมภาพพิมพ์หรือแม้แต่จะเป็นงานเขตต่างๆที่เป็นส่วนสำคัญที่สามารถเข้าถึงจิตใจผู้คนได้มากยิ่งขึ้น

งานศิลปะเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกยุคทุกสมัยจะมีลักษณะไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือต่างประเทศคะตาม ยุคสมัยต่างๆของงานศิลปะมีจำนวนมากมายไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวข้องกับศาสนาวิถีชีวิตของผู้คนหรือสงครามต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนส่งผลอย่างยิ่งกับจิตรกรจิตรกรคือสิ่งที่พัฒนารูปแบบงานจากวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความคิดความอ่านต่างๆก็ถูกถ่ายทอดมาในงานทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามจึงเป็นสภาพสังคมหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่ต่อหน้าผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบในการติดต่อสื่อสารหรือว่าสร้างเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงานทั้งสิ้น

ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญและให้ความสำคัญอย่างมากไม่ว่าจะเป็นจิตรกรหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะดั้งเดิมหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะร่วมสมัยในยุคปัจจุบันก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผลักดันวงการนี้ให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตผู้คนช่วยให้ผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารและการพัฒนาการทำงานอยู่ตลอดเวลา

งานสถานที่มีการพัฒนาทำให้ผู้คนมีการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีตหรือแม้แต่เป็นความสำคัญต่องานศิลปะแขนงต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสังคมหรือการใช้ชีวิตกิจกรรมต่างๆถูกบันทึกไว้ในงานศิลปะทั้งสิ้นเพราะงานศิลปะคืออีกหนึ่งหน้าหนังสือที่ถูกบันทึกเรื่องราวชีวิตของคนในยุคต่างๆไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความเชื่อ ศาสนา สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในงานศิลปะสมัยต่างๆทั้งสิ้น 

 

สนับสนุนโดย   เวปยูฟ่าเบท

ศิลปะ

ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์แห่งงานศิลปะ

ประวัติศาสตร์คือหน้าหนังสือที่ถูกบันทึกไว้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นสถานการณ์ต่างๆ ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ นี่เองจะไปสำคัญอย่างยิ่งที่ประวัติศาสตร์ต่างๆมีการพัฒนาค่อนข้างเยอะและมีการถูกจดบันทึก อย่างไรก็ตามนี่เองจะเป็นส่วนสำคัญที่เราศึกษาเรื่องราวในอดีตผ่านงานศิลปะได้ เพราะงานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้คนต่างๆสามารถเข้าถึงรูปแบบในการใช้ชีวิตได้อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยรัตนโกสินทร์มีการพัฒนาค่อนข้างเยอะ

ผู้คนต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการติดต่อสื่อสารหรือแม้แต่เป็นการพัฒนาการทำงาน ที่อยู่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาผู้คนต่างๆสามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์เรื่องราวหรือแม้แต่เป็นความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ของงานศิลปะนี้เข้าใจตรงกันว่าเรื่องราวที่มนุษย์สร้างขึ้นในแต่ละยุค ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ การเปลี่ยนแปลงความล้มเหลว ความเศร้าความผิดหวัง หรือแม้แต่จะเป็นความคิดของต่างๆเหล่านี้การต่อสู้เพื่อแย่งชิงชนะหรือสถานที่ต่างๆเมืองต่างๆหรือความเจริญรุ่งเรือง

ถูกถ่ายทอดผลงานศิลปะยังสิ้นเชิง นี่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การศึกษาประวัติศาสตร์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาศิลปะไปด้วยควบคู่กันไปเพราะศิลปหัตถกรรมตอนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆหรือเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปแบบความเป็นอยู่ กิจกรรมต่างๆผู้คน ความเชื่อและศาสนาต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการศึกษาจะช่วยให้ผู้คนต่างๆสร้างสุนทรียภาพหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมที่ดีมากยิ่งขึ้น พอดีอยู่ปัจจุบันรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ เทคโนโลยีต่างๆที่เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ชีวิตของผู้คนซึ่งขณะนี้มีจุดประสงค์สำคัญอย่างยิ่งที่มนุษย์ใน

แต่ละวันจำเป็นจะต้องมีการพัฒนางานหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาความคิดให้ดีมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือการอยู่อาศัยของผู้คนที่มีการพัฒนาอยู่เสมอนี่เองจะเป็นส่วนสำคัญที่ลักษณะในการใช้ชีวิตในยุคสมัยต่างๆที่มีการบอกเล่าเรื่องราวสำคัญอย่างยิ่งที่การเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์มีการพัฒนาที่ค่อนข้างเยอะ 

การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันก็มีความง่ายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นระบบอินเทอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ประวัติศาสตร์ยุคสมัยแห่งงานศิลปะรวมทั้งยังสามารถสืบค้นเกี่ยวกับรูปวาด หรืองานปฏิมากรรมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงทำให้ในยุคปัจจุบันเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์รวมถึงศึกษางานศิลปะเป็นจำนวนมากได้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยที่ผู้คนต่างๆสามารถพัฒนารูปแบบงาน

หรือแม้แต่เป็นความเชื่อต่างๆได้ดีมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันที่มีการเติบโตและการพัฒนาของยุคสมัยของศิลปะอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ผู้คนมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการใช้ชีวิตอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อการพัฒนางาน หรือแม้แต่จะเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อพัฒนาสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ เติมเงินขั้นต่ำ 100 เดียว

ศิลปะ

การเปลี่ยนแปลงของสมัยคริสเตียนและงานศิลปะร่วมสมัย

แต่ละยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะงานศิลปะเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามในยุคของคริสเตียนหรืองานศิลปะในยุคนั้นก็มีการพัฒนาการรวบรวมงานต่างๆเช่นเดียวกัน ยุคคริสเตียนเป็นยุคที่ได้รับความสนใจอย่างมากของนักวิชาการหลายคนที่ค้นพบงานศิลปะจนมากเพราะคริสเตียนเป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับศาสนาโดยชัดเจน อย่างไรก็ตามศิลปะคือการรับรู้เกี่ยวกับความเชื่อศรัทธาต่างๆเพื่อนำมาพัฒนางาน

ผู้คนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการรับรู้เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆงานศิลปะหนึ่งอย่างที่เป็นตัวกลางที่ทำให้การสื่อสารภาษาต่างๆเป็นภาษาด้วยกันเพราะผู้คนต่างๆสามารถถ่ายทอดความคิดเรื่องราวต่างๆหรือเหตุการณ์ต่างๆมาในงานศิลปะได้ อย่างไรก็ตามในยุคคริสเตียนถือว่าการถ่ายทอดงานเกี่ยวกับพระเจ้ามีการเติบโตอย่างที่ค่อนข้างมาก

เพราะผู้คนมีระบบทางความเชื่อและความเคารพนับถือศาสนาคริสต์ศาสนาต่างๆอีกมากมาย จึงทำให้มีงานสุขภาพเกี่ยวกับพระเจ้าหรือว่าศาสนาเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างไรก็ตามในยุคนั้นๆก็ถือว่างานร่วมสมัยเป็นจำนวนมหาศาลถูกสร้างขึ้นมาในโบสถ์ในสถานที่ต่างๆเกี่ยวกับทางศาสนา แนวคิดความเชื่อของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ ความสะอาดกลัว และสิ่งต่างๆที่พระเจ้าประทานให้สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ในยุคคริสเตียนนั้นมีศิลปินชื่อดังจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นมานั้นเป็นเพราะว่าศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่ค่อนข้างใหญ่

อย่างไรก็ตามศิลปะในยุคนั้นจะทำให้แสดงให้เห็นหรือถ่ายทอดเห็นว่าผู้คนสามารถเข้าถึงพระเจ้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงทางโบสถ์จึงทำให้ศิลปะต่างๆมีการขยายตัวการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามผู้คนต่างๆให้ความสนใจในการเข้ามาศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาต่างๆ การทำงานศิลปะซึ่งแสดงถึงสุนทรียภาพประติมากรรมได้รับอิทธิพลมาจากในยุคของโรมันอย่างไรก็ตามแต่รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆหรือการแกะสลักแบบนูนต่างๆก็มีการพัฒนาเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตาม เนื้อหาต่างๆเกี่ยวกับงานศิลปะในยุคนั้นส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับศาสนาพระเจ้าหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของความเชื่อต่างๆตามจุดต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบันก็มีการศึกษาด้านศิลปะในยุคนั้นเช่นเดียวกันเพราะยุคนี้เป็นยุคที่การถ่ายทอดงานศิลปะการประดับประติมากรรมต่างๆได้รับความนิยมค่อนข้างมากเพราะผู้คนต่างๆให้ความสนใจในการใช้งานแกะสลักงานประติมากรรมต่างๆในตึกราบ้านช่อง ในอาคาร รวมถึงในสุสานเองก็มีเช่นเดียวกัน

นักศิลปะต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าเยอะยิ่งยุคสมัยที่มีความสำคัญก็คือยุคสมัยแห่งคริสเตียนที่มีการพัฒนางานศิลปะให้ดีมากยิ่งขึ้น เป็นการทดลองเกี่ยวกับศิลปะในยุคกรีกโรมันเข้ามาพัฒนาในยุคนั้นๆให้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามแต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีงานที่แตกต่างกันอยู่เสมอจึงทำให้ศิลปะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพราะผู้คนต่างมีความต้องการในการเข้าถึงงานศิลปะในยุคต่างๆที่แตกต่างกันออกไปอุปกรณ์หรือลักษณะในการเสพงานศิลปะข้อแตกต่างกันเช่นเดียวกัน 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub

ศิลปะ

ศิลปะกับภาพเปลือย

รูปภาพเปลือยคงเป็นที่ใครหลายคนให้คำนิยามว่าเป็นรูปภาพโป๊ แต่ความเป็นจริงรูปภาพเปลือยมีความแตกต่างจากรูปภาพโป๊ รูปภาพเปลือยเป็นศิลปะอย่างที่แสดงถึงความสวยงามของสรีระร่างกายมนุษย์ เป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ความเข้าใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่รูปภาพเปลือยทุกรูปที่จะถูกยกย่องว่าเป็นภาพศิลปะ รูปภาพศิลปะนั้นจะต้องมีสาระ

มีนัยยะ มีความหมายไม่ใช่เพียงแค่การเปลื้องผ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปภาพเหล่านั้น

รูปภาพเปลือยที่ทั่วโลกยกย่องให้เป็นผลงานรูปภาพศิลปะคือภาพหญิงสาวที่ไม่สวมใส่เสื้อผ้า แต่รูปภาพเหล่านั้นกลับไม่ได้สื่อไปในทางยั่วยุอารมณ์ทางเพศอย่างใด เป็นเพียงภาพที่สะท้อนวัฒนธรรมผ่านรูปภาพศิลปะเท่านั้น แม้รูปภาพนั้นจะมีอายุยาวนานมากกว่า 500 ปีแล้วแต่ยังคงสาระสำคัญและความหมายของรูปภาพนั้นไว้ได้อยู่ การตีความภาพนั้นยังเหมือนเดิมไม่สามารถตีความไปในทางกามอารมณ์ได้เลยแม้เวลาจะผ่านไป

ทุกวันนี้มีรูปภาพในลักษณะเปลื้องผ้าเยอะมาก โดยส่วนใหญ่มักเป็นรูปภาพเปลืองผ้าของผู้หญิง ที่อาจทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง กระแสนิยม ชื่อเสียง หรือเหตุผลอื่นใดก็ตาม ซึ่งปัจจัยของการที่ผู้หญิงเปลื้องผ้าก็แตกต่างกันไปตามความจำเป็นแต่อย่างไรก็ตามรูปภาพเปลื้องผ้าเหล่านั้นไม่ได้มีลักษณะเป็นผลงานศิลปะ แต่เพื่อเป็นการปลุกอารมณ์ทางเพศ

หรือเพื่อให้มีผลต่ออารมณ์ทางเพศ เป็นรูปภาพที่ไม่ได้ถูกผลิตมาเพื่องานศิลปะแต่ถูกผลิตมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านอารมณ์ทางเพศ วัตถุประสงค์ของรูปภาพเปลื้องผ้าเหล่านั้นจะไม่เหมือนวัตถุประสงค์ของรูปภาพเปลือยที่เป็นผลงานศิลปะ

เพราะรูปภาพเปลือยที่เป็นผลงานศิลปะมักจะมีการสื่อสารความหมายอย่างอื่นที่ต่อผู้พบเห็น ที่ไม่ใช่การสื่อสารเพื่อปลุกอารมณ์ทางเพศของผู้ที่เสพรูปภาพนั้น แต่อาจการสื่อความหมายในเรื่องความงดงามของผู้หญิงจากเรือนร่าง ความสวยงามของความรักจากการกอด จูบ สัมผัส หรือแม้กระทั่งการสื่อความหมายความสวยงามของวัฒนธรรมจากการใส่ผ้าถุงอาบน้ำก็เป็นได้

ภาพเปลือยก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ใช้เรือนร่างของมนุษย์ในการสร้างผลงานศิลปะที่ดูขัดกับวัฒนธรรมของสังคมไทย ด้วยความที่สังคมไทยเป็นสังคมเมืองพุทธ มีวัฒนธรรมและมุมมองต่อรูปภาพเปลือยเหล่านั้นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร และมองว่าผู้หญิงทุกคนควรรักนวลสมุนตัวต้องแต่งกายให้มิดชิด ไม่สมควรไปเปลื้องผ้าให้ใครได้เห็น

แต่ศิลปะนั้นไม่อาจถูกจำกัดไว้เพียงแค่คำว่าวัฒนธรรมและสังคม เพราะศิลปะคือความต้องการสื่อความหมายของงานศิลป์ให้คนทั่วไปได้เห็นและเข้าใจได้ แม้ผลงานเหล่านั้นจะขัดหรือแย้งกับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ขัดแย้งกับวัฒนธรรมและสังคม แต่ผลงานศิลปะในรูปภาพเปลือยก็มักจะแฝงความหมาย ข้อคิดเห็น หรือหลักจิตวิทยาต่างๆใส่ลงไปในผลงานเหล่านั้นด้วย แต่ก็ค่อนข้างเป็นไปได้ยากที่ทุกคนจะเข้าใจในความหมายของผลงานศิลปะนั้น หากไม่ใช่ศิลปินหรือผู้ที่เสพงานศิลปะประเภทรูปภาพเปลือยนี้จริงๆ

อันที่จริงแล้วก็ไม่มีใครสามารถกำหนดได้ว่าภาพไหนคือภาพรูปภาพโป๊ภาพไหนคือรูปภาพเปลือยเพราะว่าศิลปะล้วนเป็นมุมมองความเห็นที่แตกต่างกันไปคนแต่ละคนมักจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมีมุมมองที่แตกต่างกันดังนั้นการตีความรูปภาพแต่ละรูปภาพย่อมแตกต่างกัน

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

ศิลปะ

เคล็ดไม่ลับกับการถ่ายภาพ Portrait

หลายๆคนคงทราบกันอยู่พอสมควรว่าการถ่ายภาพ Portrait คือ การถ่ายภาพบุคคล เน้นบุคคลเป็นองค์ประกอบหลัก แต่การจะถ่ายภาพ Portrait ให้ออกมาสวยงามได้สมใจได้จะต้องใช้เทคนิคหรือเคล็ดลับต่างๆมากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดไม่ลับในการถ่ายภาพ Portrait ให้ออกมาสวยงามว่ามีอะไรบ้าง

1.การเลือกใช้เลนส์

ในการถ่ายภาพ Portrait ควรเลือกใช้เลนส์ตั้งแต่ 50 -200 mm. แต่เลนส์ระยะที่เป็นที่นิยมคือ 50 mm กับ 85 mm เพราะจะทำให้ภาพถ่ายที่ได้ไม่มีความผิดเพี้ยน ถ้าใช้เลนส์ตัวอื่นอาจทำให้ภาพถ่ายผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้ เช่น ถ้าใช้เลนส์ที่มีระยะ 17 mm จะกว้างเกินไปจนทำให้ใบหน้าคนที่เป็นแบบผิดรูปได้ เป็นต้น

  1. ความคมชัดของภาพ

หากอยากให้ภาพถ่ายมีความหน้าชัดหลังเบลอ หรือหลังละลาย ควรใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบ Bokeh โดยการตั้งค่ารูรับแสง ให้ ค่า F น้อยๆ จะทำให้ภาพมีความชัดตื้นขึ้น แต่ถ้าตั้งค่า F สูงๆจะทำให้ภาพมีความชัดลึกขึ้น คนที่เป็นแบบจะมีความโดดเด่นขึ้นมาจากฉากหรือพื้นหลัง จะทำให้จุดสนใจมุ่งไปอยู่กับคนที่เป็นแบบ

  1. เล็งจุดโฟกัสไปที่ดวงตา

ดวงตาถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการเล็งจุดโฟกัส เพราะหากถ่ายภาพไปโดยปราศจากการเล็งจุดโฟกัสไปที่ดวงตาของคนที่เป็นแบบ อาจทำให้ภาพถ่ายไม่สวยได้ เพราะคนที่เป็นแบบอาจตาปรือหรือเผลอหลับตาได้ เพื่อให้ได้แววตาที่คมชัดสวยงามของคนที่เป็นแบบการเล็งโฟกัสไปที่ดวงตาจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมาก

4.การจัดแสง

แสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพ Portrait ที่สุดคือ แสงธรรมชาติ โดยเลือกช่วงเวลากลางวันและสภาพอากาศปลอดโปร่ง ถ้าหากฟ้าครึ้มจะทำให้ไม่มีแสงในการถ่ายภาพได้ ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพ Portrait คือ ช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นและช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะตก 

  1. การจัดองค์ประกอบของภาพ

ในการถ่ายภาพ Portrait จะเน้นไปที่การถ่ายภาพบุคคล ฉะนั้นจะต้องมีการจัดองค์ประกอบของภาพเพื่อให้คนที่เป็นแบบเด่นขึ้นมาจากทุกอย่าง หรืออาจะใช้จุดตัดเก้าช่องในการถ่ายภาพก็ได้ เพื่อให้คนที่เป็นแบบอยู่ตรงกลางของจุดนำสายตา เพื่อให้จุดสนใจไปอยู่ที่ตัวคนที่เป็นแบบ

  1. การโพส การแสดงท่าทาง

การโพสท่าของคนที่เป็นแบบก็เป็นส่วนสำคัญในการถ่ายภาพแบบ Portrait หากโพสท่าผิด จัดท่าทางไม่ดี อาจทำให้ภาพถ่ายที่ได้ออกมาไม่สวยงาม เช่น การหันข้างเพื่อปิดบังอำพรางอุ่น เป็นต้น รวมไปถึงการแสดงออกทางสีหน้า แววตา อารมณ์ด้วย เพราะหากผิดเพี้ยนไปจะทำให้การสื่อความหมายของภาพผิดไปด้วย เช่น อยากให้ภาพถ่ายสื่อความหมายในตอนกำลังเศร้า แต่แสดงท่าทางด้วยการยิ้มมุมปาก ภาพถ่ายที่ได้จะมีความหมายที่เปลี่ยนทันที

และนี่ก็คือเคล็ดไม่ลับในการถ่ายภาพ Portrait เพียงแค่นี้เราก็จะสามารถนำไปปรับใช้ในการถ่ายภาพให้ความสวยงามมากขึ้นได้แล้ว นอกจากจะได้ภาพถ่ายสวยๆของตัวเองแล้วยังสามารถไปถ่ายภาพให้กับคนอื่นได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

ศิลปะ

The Card Players ภาพวาดที่ซ่อนความหมายบางอย่างไว้

หนึ่งในภาพวาดที่แพงที่สุดในโลกตอนนี้ ที่ยังคงมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันอยู่ ไม่ใช่ภาพโมนาลิซ่าผู้ทรงสง่า ไม่ใช่ภาพคู่แฝด แต่ว่าเป็นภาพของคน 2 คน กำลังนั่งเล่นไพ่อยู่ ภาพนี้ถูกวาดขึ้นโดยผู้ที่ ปิกัสโซ่ เรียกขานว่าเป็น พ่อ ของศิลปะวาดภาพสมัยใหม่ นั่นก็คือ  Paul Cézanne (ปอล เซซาน) ชาวฝรั่งเศส ภาพ The Card Players นี้ยอดเยี่ยมมากเป็นหนึ่งในซีรีย์ภาพที่วาดจากสีน้ำมัน Post-Impressionist 

ภาพวาด the-card-players ซ่อนอะไรไว้ ภาพวาดนี้ไม่ได้เพียงแค่สวยงาม แต่ผู้วาดยังสื่อถึงการใช้เงินไปกับการพนันของชาย 2 คน ต้องกล่าวไว้ก่อน ถึงแม้ว่าการพนันนี้จะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่สมควรทำเป็นเยี่ยงอย่าง แต่การวาดรูปเหล่านี้นั้น ถือเป็นงานศิลป์อีกตัวอย่างหนึ่งที่ศิลปินหรือจิตรกรนั้นใช้ฝึกฝน หรือนำมาวาดบ่อยๆ อยู่แล้ว เป็นปกติ ดังนั้นจึงอยากให้เราเก็บมุมมองไม่ดีของภาพไว้ก่อน และให้มองอย่างงานศิลป์ 

หากมองภาพนี้อย่างศิลปะ จะเห็นว่าในภาพ มีชายสองผู้ที่กำลังจะเล่นไพ่กัน แต่ว่าในรูปภาพนั้นได้สื่อถึงชายคนหนึ่งที่เป็นผู้มีเป็นคนมีฐานะ และอีกคนหนึ่งเป็นชายที่ยากจน ซึ่งในภาพนี้ ผู้วาดต้องการจะสื่อถึงความเชื่อมั่นในตัวเองของการใช้ชีวิตจากคนสองคน การเป็นอยู่ที่แตกต่างกันซึ่งอีกคนหนึ่งนั้นได้ใส่สูทมานั่งเล่นไพ่กับชายผู้ที่เป็นขอทาน ในรูปภาพนี้ได้สื่อว่าคนมั่งคั่งกับคนยากจนนั้นมิได้วัดกันที่ว่าการแต่งตัว การแต่งกายต่างๆ เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ และสามารถที่จะหลงผิดเหมือนกันได้ จะเห็นได้จากคนทั้งสองนั้นได้เล่นการพนันด้วยกัน 

ภาพวาดนั้นมีแนวความคิดมาจากประสบการณ์การจริง โดยที่นักวาดรูปนี้ได้เห็นชายสองคนกำลังนั่งพักผ่อน และเล่นไพ่กัน ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง โดยมีการแสดงถึงความขบขัน ความสนุก การที่คนสองคนต่างชนชั้นนั้นมาอยู่ร่วมกันได้ด้วยที่ไม่ต้องกลัวสังคมเกลียดชัง ซึ่งดูเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากๆ อาจด้วยเพราะในยุคนั้นมีความคิดที่ว่าจนก็ต้องอยู่ส่วนจน ผู้ใดรวยก็จะอยู่ส่วนของตนเอง ไม่คบค้าสมาคมกับคนที่อยู่คนละชั้นกัน คือไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนจน คนรวยทำอะไรก็ไม่ผิด แต่คนจนนนั้นทำอะไรก็ดูจะผิดไปหมดทุกอย่าง

ในปี2011 ภาพวาด  the card player ถูกซื้อโดยราชสกุลของประเทศกาตาร์ ในราคา 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา คิดเป็นเงินไทยราวๆ 7,500 ล้านบาท เอาชนะภาพวาดที่มีราแพงที่สุด ณ ตอนนั้นได้ 

ภาพวาดนี้เป็น1ในภาพที่ดีที่สุดของปอล เซซาน  โดยแนวทางการวาดแล้วก็การลงสีนั้นแปลกใหม่ มีการปัดพู่กันสั้นๆ ทับกันไปมา รวมทั้งได้รับการชื่นชมจากผู้คน และราชวงศ์ในสมัยนั้น ซึ่งในสมัยนั้นศิลปะค่อนข้างที่จะไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าไหร่นัก

ในทางกลับกัน ปอล เซซาน นั้น กลับได้รับการขนานนามเป็นบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่และงานของเขาเป็นแรงบันดาลใจหรือช่วยบุกเบิกให้มีศิลปิน จิตกร มากมายเกิดขึ้น จึงส่งผลให้ภาพวาดในสมัยแรกของศิลปะสมัยใหม่อย่าง The Card Players เป็นหนึ่งในภาพวาดที่แพงที่สุดในโลก

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

ศิลปะ

ศิลปะการพูด

การพูดดีย่อมเป็นศรีแก่ตัวเอง การพูดไม่ดีย่อมเป็นภัยแก่ตัวเอง การพูดดีเหมือนกับยาหอม การพูดไม่ดีเหมือนยาพิษ ฉะนั้นแล้วการพูดไม่ใช่เพียงสิ่งปกติที่คนทั่วไปกระทำกัน แต่การพูดยังเป็นศิลปะอย่างหนึ่งด้วย คนใดที่มีศิลปะในการพูดจะยิ่งมีเสน่ห์มาก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าศิลปะการพูดเป็นแบบใด มีความสำคัญอย่างไร

ศิลปะการพูดคืออะไร

ศิลปะการพูด คือการพูดอย่างมีชั้นเชิง มีความรู้ มีภูมิฐาน มีความไพเราะ มีเหตุผล มีหลักและวิธีการ มีลูกเล่นน้ำเสียง รวมทั้งมีจังหวะเวลา กาลเทศะด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้อาจะต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน เพราะการพูดคุยปกติธรรมดาอาจไม่เทียบเท่าการฝึกฝนการพูดโดยเฉพาะ การพูดที่มีการใช้ศิลปะการพูดอย่างเช่น การกล่าวสุนทรพจน์ การโต้วาที การอ่านข่าว การจัดรายการวิทยุ การเป็นพิธีกร เป็นต้น

ศิลปะการพูดต้องมีอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง

1.ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่กำลังจะพูด

ความรู้ความเข้าใจในหัวข้อหรือเนื้อเรื่องที่กำลังจะพูดนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้พูดไม่สามารถพูดโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสับสน ไม่เข้าใจซึ่งที่ผู้พูดจะสื่อ อาจทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่ถูกต้องตรงกัน หรือทำให้ผู้ฟังไม่ได้ประโยชน์หรือเนื้อหาสาระใดๆจากการฟังผู้พูดเลย ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้พูดไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะสื่อสารให้แก่ผู้ฟังได้เข้าใจตรงกัน

2.ต้องมีลูกเล่นน้ำเสียง

ลูกเล่นน้ำเสียง หรือโทนเสียงที่ใช้ในการพูด จะเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจในเรื่องนั้น ทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ อยากฟัง น่าติดตาม ที่สำคัญการใช้น้ำเสียงต่างๆมีผลต่อความรู้สึกของผู้ฟังด้วย อย่างเช่น ในการเล่านิทาน ถ้าผู้พูดเล่าด้วยน้ำเสียงเดียวกันทั้งเรื่องจะทำให้เกิดความน่าเบื่อ ผู้ฟังอาจเบื่อหน่ายจนไม่สนใจเนื้อเรื่อง หรือแม้กระทั่งการที่คุณครูสอนเด็กนักเรียนก็เช่นกัน ถ้าคุณครูใช้น้ำเสียงเนิบๆช้าๆ เด็กนักเรียนจะรู้สึกเบื่อ แต่ถ้าคุณครูใช้น้ำเสียงที่ดุ เด็กนักเรียนจะรู้สึกกลัว และกระตุ้นให้เด็กนักเรียนตื่นตัวตั้งใจเรียนขึ้นได้ 

3.ต้องรู้จักกาลเทศะ

ศิลปะการพูดที่ผู้พูดที่ดีควรมีคือกาลเทศะ การพูดที่ดีควรพูดให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะการพูดเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการมีมารยาทด้วย การเป็นผู้พูดที่ดีไม่ใช่ว่าจะพูดกับใคร เมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้ แต่จะต้องคำนึงถึงคุณวุฒิ วัยวุฒิ สถานที่ ภาษาที่เหมาะสม และเวลาในการพูดด้วย เช่น การพูดกับเพื่อนสามารถพูดปกติได้ การพูดกับผู้ใหญ่จะต้องพูดให้สุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน การพูดกับเด็กอาจพูดด้วยความเอ็นดู เป็นต้น

4.ต้องผ่านกระบวนการคิด

ศิลปะการพูดนั้นควรมีการพูดที่ผ่านการกลั่นกรอง ผ่านกระบวนความคิดมาแล้ว ไม่ใช่จะพูดอะไรก็ได้ เพราะเวลาที่ผู้พูดคิดถี่ถ้วน คิดอย่างละเอียดรอบคอบมาแล้วย่อมส่งผลให้การพูดออกมาดีมากกว่าการพูดที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ไม่ได้ผ่านการคิดวิเคราะห์มา ถึงได้มีคำกล่าวที่ว่า ต้องรู้จักคิดดี พูดดีเข้าไว้

จะเห็นได้ว่าการพูดนั้นไม่ใช่กิจวัตรที่ทำกันเป็นเพียงปกติเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะที่ทำให้สร้างคุณค่า สร้างชื่อเสียง สร้างอาชีพได้ หากรู้จักใช้วิธีการพูดที่ดี ซึ่งอาชีพที่ต้องมีศิลปะในการพูดหรือใช้การพูดเป็นอาชีพก็มีให้เห็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น พิธีกร นักจัดรายการวิทยุ ผู้ประกาศข่าว นักพากย์ ไลฟ์โค้ช ทนาย เป็นต้น อาชีพเหล่านี้ล้วนต้องใช้ศิลปะการพูดอย่างมากเพื่อดึงความสนใจจากผู้ฟัง หากไม่มีศิลปะการพูดที่ดีก็ไม่อาจมีผู้ฟังที่ไหนสนใจฟัง ไม่ได้รับการยอมรับ และไม่อาจมีอาชีพเหล่านี้ขึ้นมาได้

 

 

สนับสนุนโดย   Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ประเพณี

ประเพณีบุญข้าวประดับดินหรือบุญเดือนเก้า

         สำหรับประเพณีข้าวประดับดินหรือบุญเดือนเก้านั้นเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณจนมาถึงปัจจุบันโดยเป็นประเพณีของคนภาคอีสานซึ่งถ้าหากเราเป็นคนภาคกลางหรือภาคเหนือและแล้วก็อาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อประเพณีมากนักเนื่องจากว่าเป็นประเพณีที่ไม่ได้โด่งดังมากเท่าที่ควรและไม่ได้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวในช่วงที่มีการจัดประเพณีนี้เนื่องจากว่าประเพณีนี้เป็นเพียงแค่การทำบุญเท่านั้น

โดยลักษณะของประเพณีนี้มีการทำขึ้นมาก็เพื่อต้องการที่จะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลทำบุญให้กับญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้วหรือทำบุญให้กับพวกเปรตและสัตว์นรกทั้งหลายที่ไม่ได้รับบุญและไม่ได้ทำบุญช่วงที่พวกเขานั้นยังมีชีวิตอยู่สำหรับประเพณีนี้จะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยในแต่ละปีนั้นจะมีการจัดขึ้นตรงกับวันแรม 14 ค่ำเดือน 9 การจัดงานบุญข้าวประดับดินนั้นไม่ได้มีการจัดงานหรูหรามากมายนะเป็นแค่เพียงประเพณีที่ทำขึ้นมาด้วยการให้ชาวบ้านนั้นทำกระทงใบตองขึ้นมาและนำอาหาร 

ทั้งคาวและหวานรวมถึงอาจจะมีผลไม้และต้องมีหมากและพลูและบุหรี่วางไว้ในกระทงนั้นซึ่งอาหารคาวหวานรวมถึงขนมต่างๆนั้นใส่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นหากใครเคยเห็นวิธีการของคนภาคกลางเวลาที่จะนำกระทงอาหารไปวางไว้ตรงทางสามแพร่งก็เป็นลักษณะเดียวกันกับการทำบุญข้าวประดับดินนั่นเองเนื่องจากว่ากระทงที่ทางภาคอีสานทำเพื่อจะเอาไปร่วมงานบุญข้าวประดับดินนั้นก็จะเป็นกระทงอาหารขนาดเล็กไม่ใหญ่มากและชาวบ้านก็มักจะนำกระทงนี้ไปวางไว้ใต้ต้นไม้หรือแม้แต่จะเอาไปวางไว้แถวใกล้ๆโบสถ์หรือเจดีย์ก็ได้ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อกันว่า

วิธีการทำเส้นนี้นั้นจะสามารถอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับคนที่เสียชีวิตไปแล้วรวมถึงให้กลับเจ้ากรรมนายเวรและผีเปรตทั้งหลายที่ไม่มีใครทำบุญไปให้อีกทั้งอาหารที่นำไปวางนั้นก็ยังสามารถที่จะทำบุญให้กับสัตว์ที่ยังมีชีวิตแต่ไม่มีเจ้าของคอยเลี้ยงดูซึ่งพวกมันนั้นก็จะคอยคุยเขียงอาหารตามถังขยะดังนั้นเมื่อถึงวันที่มีการจัดประเพณีนี้ขึ้นมาสัตว์ต่างๆเหล่านั้นก็จะสามารถมากินอาหารในกระทงที่มีการนำไปวางไว้ได้นั่นเอง

สำหรับการเตรียมงานนั้นจะมีการเตรียมงานกันก่อนวันแรม 14 ค่ำ 1 วันซึ่งชาวบ้านก็จะพากันมารวมตัวทำข้าวต้มรวมถึงทำขนมและห่อหมากพลูเอาไว้ซึ่งสิ่งที่ทำนี้จะถูกแบ่งเอาไว้ทั้งหมด 4 ส่วนด้วยกันส่วนแรกนั้นก็คือคำว่ากินกันเองในคนในครอบครัวส่วนส่วนที่ 2 นั้นก็สามารถเอาไปแจกให้กับเพื่อนบ้านหรือญาติมิตรและส่วนที่ 3 นั้นก็จะนำไปถวายพระสงฆ์เป็นการทำบุญทำทานเพื่อเพิ่มบุญกุศลให้กับตนเองและส่วนสุดท้ายนั้นก็เอาไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติที่ตายไปแล้วนั่นเอง

ศิลปะ

ศิลปะกับการตกแต่งบ้าน

บ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ บ้านจึงเป็นสิ่งที่นอกจากจะมีความปลอดภัยในการพักอาศัยแล้วก็จะต้องมีความสวยงามควบคู่ด้วยเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายสบายใจเมื่ออยู่อาศัย และความสวยงามเหล่านี้ก็จะต้องเกิดจากจิตนาการและการนำศิลปะต่างๆมาผสมผสานให้เกิดสิ่งต่างๆ

ที่มีความแปลกใหม่และสวยงามจึงจะเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านนั้นน่าอยู่ขึ้นและอยู่อย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์ได้อย่างดีด้วย จึงไม่แปลกที่การสร้างบ้านนั้นจะต้องมีการนำสิ่งที่เป็นศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ต่างๆเข้ามาใช้ประยุกต์เข้าด้วยกันและเป็นสิ่งที่สามารถเข้ากันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวเพราะไม่ว่าจะเป็น

โครงสร้างบ้านและการตกแต่งบ้าน ก็เป็นสิ่งที่จะต้องใช้ศิลปะในการออกแบบจินตนาการถึงโครงสร้างของตัวบ้าน ซึ่งการออกแบบโครงสร้างนั้นผู้ออกแบบจะต้องมีความคิดและจินตนาการที่แตกต่างออกไปจากแบบบ้านอื่นๆ เพราะการทำโครงสร้างบ้านในลักษณะเดิมนั้นๆก็จะทำให้บ้านที่ออกแบบไม่มความแตกต่างจากบ้านหลังอื่นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์มนเรื่องของการอยู่อาศัยให้เกิดความผ่อนคลาย

เพราะในบางครั้งผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ต้องการบ้านที่มีโครงสร้างบ้านที่แตกต่างออกไปจากบ้านหลังอื่นๆ เพื่อให้บ้านนั้นมีความแตกต่างรวมถึงการอยู่อาศัยด้วย การนำศิลปะต่างๆและเทคนิคทางด้านศิลปะเข้าใช่วยในการออกแบบตั้งแต่โครงสร้างจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียวและการตกแต่งบ้านนั้นไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุอุปกรณ์ก็จะต้องมีความสอดคล้องกับโครงสร้างบ้านด้วยเพื่อให้เกิดความสวยงามและเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้อย่างดีที่สุด

การเลือกสีและลวดลายในการตกแต่งบ้าน ก็เป็นการใช้ศิลปะอย่างหนึ่งเพื่อเป็นการสร้างสรรค์บ้านมีความสวยงามรวมถึงควมทันสมัยด้วย เพราะสีและลวดลายต่างๆของการตกแต่งบ้านหรือลวดลายบนวัสดุอุปกรร์การตกแต่งบ้านนั้นก็เป็รสิ่งที่จะต้องมีความปราณีตและความสร้างสรรค์ในการเลือกเช่นกัน โดยส่วใหณ่แล้วนั้นบ้านในยุคปัจจุบันจะไม่ได้มีการนำไม้มาสร้างบ้านทั้งหลังแต่จะเน้นการตกแต่งบ้านด้วยลวดลายของไม้ที่มีความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็รไม้แกะสลักหรือไม่ที่มีรูปทรงสวยงามแบะแปลกตานำมาประดับ

หรือตกแต่งบ้านก็สร้างควมสวยงามให้กับบ้านมากเลยทีเดียววมถึงการเลือกสีบ้านหรือเทคนิคความคิดสร้างสรรค์ในการทาสีบ้านก็จะต้องมีความเป็นศิลปะเข้ามาร่วมด้วยเช่นกัน เพราะการทาสีบ้านแบบเดิมนั้นถิเป็นสิ่งที่ไม่มีความแปลกใมห่การสร้างสรรค์สีบ้านให้มีความแปลกใหม่นั้นจึงถือเป็นสิ่งที่บ้านยุคใหม่นั้นนิยมทำกันมาก ไม่ว่าจะเป็การสร้างลวดลายหรือการไล่ระดับสีทาบ้านและตกแต่งเป้นต้น

ความเป็นศิลปะนี้จะทำให้บ้านน่าอยู่ เนื่องจากบ้านที่เราอยู่นั้นได้มีการนำศิลปะเข้ามาร่วมใช้ในการออกแบบและตกแต่งจึงทำมห้บ้านของเรามีความสวยงามที่แตกต่างออกไปจากบ้านอื่นๆทำให้เมื่ออยู่อาศัยจึงให้ความรู้สึกดีและรู้สึกอบอุ่นได้นั่นเอง ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ต้อนำมาใช้ควบคู่กับการสร้างบ้านอยู่เสมอ

 

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล