Browse Category by ตำนาน
ตำนาน

ตำนานทะเลสาบหนองหาน

มีกษัตริย์องค์หนึ่งซึ่งปกครองบ้านเมืองพระองค์มีพระธิดาพระองค์หนึ่งซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างมาก ทำให้พระองค์ห่วงลูกสาวของตนเองเป็นอย่างมากโดยพระธิดามีชื่อว่าพระนางไอ่คำความหวงลูกสาวของพระองค์นั้นทำให้พระองค์สร้างปราสาท 7 ชั้นขึ้นและให้ลูกสาวของพระองค์ขึ้นไปอยู่บนประสาทและไม่เคยให้ออกมาจากนอกประสาทอีกเลยแต่ความงามของพระนางไอ่คำนั้นก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่วจนในที่สุดท้าวผาแดง

ได้ยินเรื่องราวของพระนางไอ่คำก็ทรงเกิดตกหลุมรักอยากจะใช้ชีวิตคู่กับพระนางจึงได้มีการส่งเข้าของไปบรรณาธิการให้แก่พัฒนาโดยฝากคนรับใช้ของพระนางไปจนในที่สุดท้าวผาแดงก็สามารถลักลอบขึ้นไปเจอพระนางไอ่คำที่บนประสาทชั้น 7 ได้และต้องคู่ก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันและเกิดได้เสียกันหลังจากนั้นท้าวผาแดงก็ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าพระองค์จะต้องมาช่วยเหลือพระนางออกไปจากประสาทชั้น 7 นี้ให้ได้

ซึ่งเรื่องราวที่ท้าวผาแดงกับพระนางไอ่คำลักลอบคบกันนั้นไม่มีใครรู้ส่วนทางด้านพระบิดาของพระนางไอ่คำนั้นเมื่อเห็นว่าลูกสาวของตนเองถึงเวลาที่ควรจะมีคู่ครองได้แล้วจึงได้จัดงานการแข่งขันขึ้นมาว่าถ้าหากใครที่สามารถยิงบั้งไฟได้สูงที่สุดก็จะได้พระนางไอ่คำไปครอบครอง

ซึ่งเมื่อเช้าผาแดงได้ยินเรื่องราวดังกล่าวก็เข้ามาร่วมประลองแข่งการยิงบั้งไฟเช่นเดียวกัน ทางฝ่ายพญานาคหนุ่มที่เคยได้ยินชื่อเสียงของพระนางไอ่คำว่ามีความงดงามจึงอยากขึ้นมาดู ความงามของพระนางไอ่คำพญานาคหนุ่มจึงได้แปลงร่างเป็นกระรอกตัวสีขาวเผือกก็ขึ้นมาดูความงามของพระนาง ซึ่งกระรอกหนุ่มไม่เห็นความงดงามของพระนางไอ่คำก็ตกหลุมรักในขณะที่ท้าวผาแดงเองเมื่อเข้าร่วมการแข่งขันปรากฏว่าบั้งไฟที่เตรียมนานั้นไม่ระเบิดขึ้นฟ้า

แต่กับระเบิดสนั่นหวั่นไหวภายในงานแทนจึงทำให้พระองค์นั้นพ่ายแพ้ต่อการแข่งขันในครั้งนี้แต่คนที่ชนะกับเป็นลุงและอาของพระนางไอ่คำจึงทำให้การแข่งขันในครั้งนั้นเป็นโมฆะโดยการชนะในครั้งนั้นลุงกับอาของพระนางไอ่คำจึงได้รับรางวัลเป็นข้าวของเงินทองแทน หลังจากที่พระยานาคผมกลับไปที่ในเมืองบาดาลแล้วก็พร่ำเพ้อถึงพระนางไอ่คำจนในที่สุดก็กลับขึ้นมาที่โลกมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง

และแปลงร่างเป็นกระรอกใหม่อีกรอบซึ่งครั้งนี้พระนางไอ่คำเห็นกระรอกก็อยากจะจับมาอุ้มแต่กระรอกนั้นก็ได้วิ่งหนีทำให้พระนางนั้นโกรธในที่สุดก็สั่งให้ทหารนั้นนำธนูไปยิงกระรอกตัวดังกล่าวจนเสียชีวิตหลังจากนั้นพระนางก็นำเนื้อกระรอกมากินแต่กินเท่าไหร่ก็กินไม่หมดพระนางจึงได้ให้ทหารนั้นแบ่งจ่ายเนื้อกระรอกไปให้ชาวเมืองได้กินกันด้วย

เมื่อพญานาคราชพ่อของพญานาครู้เรื่องว่าลูกชายของตนเองนั้นถูกจับไปกินก็โกรธมากจึงขึ้นมาที่โลกมนุษย์และมาร่มเมืองทำให้บริเวณดังกล่าวนั้นถูกน้ำท่วมโดยมีชาวเมืองบางคนที่เป็นหญิงหม้ายไม่ได้กินเนื้อกระรอกจึงทำให้บ้านของหญิงม่ายนั้นไม่ถูกน้ำท่วมส่วนพระนางไอ่คำก็ถูกพญานาคราชใช้หางฟาดจนเสียชีวิตและเมื่อเช้าผาแดงรู้เรื่องว่าหญิงสาวที่ตนเองรักเสียชีวิตก็ตอมใจตายปัจจุบันเมืองที่ถูกพญานาคราชทำให้น้ำท่วมนั้นก็คือทะเลสาบหนองหานนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   เล่นคาสิโนออนไลน์ ที่ไหนดี

ตำนาน

ตำนาน พระนางศุภยาลัต

ประวัติของพระนางศุภยาลัตนั้นเป็นพระราชินีของประเทศพม่าซึ่งว่ากันว่าพระนางนั้นเป็นพระราชินีที่โหดที่สุดของพม่าในยุคโบราณเลยก็ว่าได้โดยตามตำนานเล่าว่าพระนางนั้นทรงแอบหลงรักพี่เขยของตนเอง จนในที่สุดพระนางก็กำจัดพี่สาวของตนเองและได้ขึ้นตำแหน่งเป็นพระราชินีหลังจากที่พระองค์ได้ขึ้นตำแหน่งเป็นพระราชินีแล้วพระองค์ก็ทรงจัดการทุกคนที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพระสวามีของพระองค์นั้น

ก็คือพระเจ้าธีบองของนั่นเอง พระนางศุภยาลัตนั้นเป็นพระราชินีที่มีความโหดเหี่ยมเป็นอย่างมากและพระนางไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเกี่ยวของทุกอย่างที่เป็นของพระนางซึ่งความโหดเหี่ยมของพระนางนั้นว่ากันว่าพระนางสามารถสั่งฆ่าคนเมื่อไหร่ก็ได้ที่พระนางรู้สึกไม่พอใจและบางครั้งพระนางก็สามารถสั่งฆ่าคนด้วย

วิธีการแปลกๆเพราะนางเบื่อที่จะเห็นคนถูกฆ่าตายด้วยวิธีการปกติซึ่งมีหลายศพมากที่ต้องเสียชีวิตจากสาเหตุเพราะพระนางนั้นไม่ชอบยกตัวอย่างเช่นพระนางเลี้ยงสุนัขไว้ 1 ตัวซึ่งพระนางทรงรักมากอยู่มาวันหนึ่งสุนัขของพระนางหายไปพระนางส่งโกรธมากที่ทหารและนางกำนัลไม่สามารถที่จะตามหาสุนัขของพระนางมาให้ได้พระนางสั่งตัดหัวทหารและกำนันที่ดูแลพระราชวังอยู่ในตอนนั้นจนพระเจ้าธีบองต้องออกปากมาพูดคุย

กับพระนางขอร้องไม่ให้พระนางนั้นสั่งประหารทหารและนางกำนัลซึ่งพระนางอารมณ์ดีขึ้นพระนางก็สั่งงดการประหารแต่ให้ทุกคนนั้นพยายามตามหาสุนัขเมื่อคืนพระนางให้ได้แต่ท้ายที่สุดแล้วได้มีทหารคนหนึ่งได้ไปเจอสุนัขของพระนางถูกกระจกล้มทับเสียชีวิตเมื่อทหารคนดังกล่าวได้นำสุนัขไปให้พระนางดูก็ทำให้ทางนั้นต้องเสียใจเป็นอย่างมาก

ในที่สุดพระนางก็สั่งประหารชีวิตทหารและนางกำนันทั้งหมดที่ไม่สามารถดูแลสุนัขของพระองค์ได้นั่นเอง นางกำนัลที่เคยรับใช้พระนางศุภยาลัตมานานถึง 4 ปีได้บอกเล่าถึงความโหดเหี่ยมของพระนางว่าหากพระนางไม่พอใจใครและมีคนมาทัดทานหรือมาห้ามพระนางเมื่อไหร่แล้วเราก็คนที่พูดก็จะถูกสั่งประหารชีวิตทันที ว่ากันว่านิสัยความโหดร้ายของพระนางนั้นได้มาจากพระมารดาของพระนางเอง

เนื่องจากว่าแต่เดิมนั้นพระมารดาของพระนางศุภยาลัตนั้นเป็นเพียงแค่ลูกแม่ค้าเท่านั้นก่อนที่พระมารดาจะถูกเก็บเข้ามาเลี้ยงในวังและได้ขึ้นครองเป็นพระราชินีในที่สุดซึ่งจากชีวิตที่ต้องต่อสู้แบบปากกัดตีนถีบทำให้พระมารดาของพระนางนั้นเป็นคนที่มีจิตใจคอโหดเหี่ยมเช่นเดียวกับพระนางและนี่เองอาจจะเป็นการสืบทอดนิสัยต่อจากพระมารดามาทำให้เมื่อมาถึงพระนางศุภยาลัตพระองค์ก็จิตใจโหดเหี่ยมไม่แพ้พระมารดาของพระองค์เลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนาน

ตำนานเขาโปปา

            สำหรับตำนานเขา โปปาที่ภูเขาลูกนี้เป็นภูเขาที่อยู่สูงในอดีตนั้นเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อนแต่ปัจจุบันได้มอดดับไปได้หลายพันปีมาแล้วซึ่งด้านบนของภูเขาแห่งนี้ถูกนำมาก่อสร้างเป็นสถานที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวประเทศพม่าให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากโดยที่ภูเขาแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งที่ชาวพม่าพากันเรียกนั่นก็คือมหาคีรีนัต เนื่องจากว่าที่ภูเขาแห่งนี้จะมีการสร้างองค์เทพหรือที่ชาวเมืองพม่าพากัน

เรียกเหล่าองค์เทพและเทวดาทั้งหลายวันนัดนั่นเองซึ่งที่นี่จะมีนัดที่สิงสถิตอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้มากถึง 37 ตนด้วยกันสำหรับความเชื่อเกี่ยวกับนัดของที่นี่ก็คือนัดในภาษาพม่าหมายถึงวิญญาณและภูตผีซึ่งที่นี่จะมีวิญญาณทั้งวิญญาณของเราพระมหากษัตริย์และบุคคลชั้นสูงและวิญญาณของบุคคลทั่วไป

ดังนั้นนัดของที่นี่จึงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกันเลยนัดกลุ่มที่เป็นวิญญาณของพระมหากษัตริย์จะเป็นที่เคารพกราบไหว้ของเราชาวบ้านทั้งหลายซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการมาเคารพกราบไหว้นัดที่บนภูเขาโปปาแห่งนี้เพราะว่าชาวบ้านนั้นมักจะพบเห็นเหล่าวิญญาณทั้งหลายอยู่ในพื้นที่แห่งนี้กันอยู่เป็นประจำจนชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวจึงพากันมาสร้างศาลและได้มีการปั้นรูปปั้นเสมือนจริงของวิญญาณเหล่านั้น

ในรูปแบบต่างๆเพื่อเอาไว้กราบไหว้โดยบางรูปปั้นก็จะเป็นรูปปั้นยืนธรรมดาแต่บางรูปปั้นก็จะถูกปั้นในลักษณะนั่งอยู่บนหลังสัตว์ ซึ่งหนึ่งในเทพเจ้าที่ชาวพม่าปั้นและให้ความเคารพนับถือกันก็คือเทพเจ้านัตโบโบยีหรือที่ชาวไทยรู้จักกันดีในนามของเทพเจ้าทันใจนั่นเองสำหรับตำนานเล่าขานของเทพเจ้าที่อยู่บนเขาโปปาแห่งนี้ระบุเอาไว้ว่าบุคคลที่ชาวบ้านจะนับถือเป็นนัตและให้ความเคารพกราบไหว้นั้น

จะต้องเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสียชีวิตไปแล้วและการเสียชีวิตนั้นเป็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาตินั่นก็คือไม่ได้เจ็บป่วยตายนั่นเองเพราะวิญญาณที่เสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติหรือที่เรียกกันว่าตายโหงนั้น มักจะมีอิทธิฤทธิ์รุนแรงดังนั้นชาวบ้านจึงได้มีการปั้นรูปปั้นพระมหากษัตริย์ในอดีตที่เสียชีวิตในลักษณะตายโหง นำมาไว้เป็นเทพเจ้าเอาไว้บนภูเขาแห่งนี้

เพื่อให้ชาวบ้านนั้นมากราบไหว้ขอพรซึ่งจะต้องมีการเฉลิมฉลองและบูชาองค์เทพเจ้ากันในทุกๆปีโดยช่วงที่มีการบูชาเทพเจ้าของประเทศพม่านั้นจะมีการจัดงานกันช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมและประมาณเดือนมิถุนายนนั่นเองซึ่งเทพเจ้าแต่ละองค์นั้นก็จะให้พรกับชาวบ้านที่แตกต่างกันออกไปอย่างเช่นถ้าใครอยากจะได้รับพรอย่างรวดเร็วทันใดก็ต้องไปไหว้เทพเจ้าทันใจนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

ตำนาน

ตำนานตุ๊กตาโรเบิร์ต

      สำหรับตำนานตุ๊กตาโรเบิร์ตนั้นเป็นตำนานที่เชื่อกันว่าเคยเกิดขึ้นจริงในสมัยอดีตโดยตำนานนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและปัจจุบันตุ๊กตาระบบนี้ก็ยังคงมีการแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ซึ่งพิพิธภัณฑ์ที่รับจัดแสดงตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นชื่อว่า East Martello Museumโดยมีตำนานเล่าเกี่ยวกับเรื่องของตุ๊กตาโรเบิร์ตว่ามีครอบครัวหนึ่งซึ่งครอบครัวนี้มีฐานะร่ำรวยและเขามีลูกชาย 1 คนชื่อว่า Robert eugene Otto ดูเด็กชายนั้นเป็นคนที่รักตุ๊กตาเป็นอย่างมาก

เด็กชายมีพี่เลี้ยงคนหนึ่งเธอได้สร้างตุ๊กตาขึ้นมา 1 ตัวและมอบให้เป็นของขวัญไม่กลับRobert eugene Otto  ซึ่งหลังจากที่มีเรื่องราวน่ากลัวเกิดขึ้นหลายคนมองว่าตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นไม่ได้ถูกให้เพราะพี่เลี้ยงรักโรเบิร์ตแต่อย่างไรแต่พี่เลี้ยงสร้างตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นมาเพราะมีการทำมนต์ดำเพื่อเอาไว้ทำร้ายคนในตระกูล Otto  ไม่เชื่อกันว่าเธอนั้นไม่พอใจครอบครัวนี้ที่ใช้งานเธออย่างทารุณนั่นเอง

 

 

ซึ่งตุ๊กตานี้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณปี 1904 และแน่นอนว่าถ้านับจากปัจจุบันไปย้อนหลังไปถึงปี 1904 ราคาตัวนี้ก็มีอายุเก่าแก่มาแล้วหลายร้อยปี ตำนานบอกว่าหลังจากที่เด็กชาย Robert ได้รับตุ๊กตาตัวดังกล่าวเขารักตุ๊กตาตัวนี้มากและหัวแขนตุ๊กตาตัวนี้เป็นพิเศษในแต่ละวันเขาจะอยู่จับตุ๊กตาตัวนี้และมีการตั้งชื่อให้เหมือนกับชื่อของเขาโดยเรียกตุ๊กตาตัวนี้ว่าโรเบิร์ต

ซึ่งคนในครอบครัวมักจะได้ยินลูกชายของตนเองนั้นทุกคุยกับตุ๊กตาและหลังจากที่ลูกชายของเขานั้นได้รับตุ๊กตาตัวนี้มาครอบครัวก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมายโดยข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านนั้นพังเสียหายและเคลื่อนย้ายที่อยู่บ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุอย่างไรก็ตามเมื่อเด็กชายระเบิดเสียชีวิตลงคนในครอบครัวก็ได้นำตุ๊กตาตัวนี้ไปเก็บไว้ในห้องใต้หลังคาหลังจากนั้นพวกเขาได้มีการย้ายบ้าน

และขายบ้านหลังนี้ต่อให้กับคนอื่นซึ่งคนที่มาอยู่ต่อจากครอบครัว Otto เขาได้ไปพบตุ๊กตาตัวดังกล่าวอยู่ในห้องใต้หลังคาจึงได้นำตุ๊กตาตัวนั้นออกมาให้ลูกหลานเล่นและครอบครัวใหม่ที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังดังกล่าวก็พบเหตุการณ์เดียวกับครอบครัวของ Otto แต่ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวใหม่มากกว่าเดิมนั่นก็คือตุ๊กตาโรเบิร์ตพยายามที่จะฆ่าเด็กหญิงวัย 10 ขวบ

ซึ่งเป็นลูกของเจ้าของบ้านจนในที่สุดพวกเขาก็ต้องนำตุ๊กตาตัวดังกล่าวนั้นไปไว้ที่อื่นโดยสถานที่ที่เขานำมาไว้นั่นก็คือ East Martello Museum นั่นเองซึ่งปัจจุบันนี้ตุ๊กตาตัวนี้ถูกนำเก็บมาไว้ภายในตู้กระจกและมันไม่สามารถออกไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครได้แล้วโดยตำนานนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในเรื่อง ชัคกี้ตุ๊กตาผีสิงนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

ตำนาน

ตำนานนางเลิ้ง

          หากพูดถึงนางเลิ้งเชื่อว่าคนในกรุงเทพฯทุกคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเป็นสถานที่สำคัญในตอนนี้ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีร้านอาหารที่มีความอร่อยและขึ้นชื่ออย่างมากจนถูกขนานนามว่าร้านตลาดนางเลิ้งซึ่งถ้าหากพูดถึงตลาดนางเลิ้งทุกคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมีร้านอาหารในตำนานหลายร้านเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานนางเลิ้งกันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้างสำหรับตำนานนางเลิ้งนั้น

แต่เดิมไม่ได้เรียกชื่อว่านางเลิ้งที่นี่แต่เดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่ามีแต่ต้นส้มป่อยเต็มไปหมดจนชาวบ้านนั้นเรียกบริเวณนี้ว่าทุ่งส้มป่อย ต่อมาในสมัยของรัชกาลที่ 4 ได้มีการขุดคลองขึ้นมาซึ่งคลองนี้มีชื่อว่าคลองผดุงกรุงเกษมซึ่งหลังจากมีคลองขึ้นมาชาวบ้านก็ขยับขยายมาอาศัยอยู่แถวบริเวณนี้กันค่อนข้างหนาแน่นโดยคนส่วนใหญ่ที่มาอยู่ที่บริเวณนี้ส่วนมากมักจะเป็นชาวมอญ

ซึ่งจะยึดอาชีพทำตุ่มดินขาย มีคนรู้จักบริเวณนี้กันกว้างขวางมากยิ่งขึ้นสมัยโบราณนั้นตุ่มดินชาวบ้านจะเรียกกันว่าตุ่มอีเลิ้ง และเมื่อมีการขายตุ่มอีเลิ้งแถวนี้มากทำให้ชาวบ้านได้มีการเปลี่ยนจากการเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่าส่งส้มป่อยกลายมาเป็นทุ่งอีเลิ้งแทน และเมื่ออยู่นานนานไปเข้าหลายคนมองว่าหากเรียกคำว่า อีเลิ้ง จะเป็นคำที่ไม่สุภาพจึงมีการเปลี่ยนคำเรียกจากอีเลิ้งมาเป็นนางเลิ้งแทนจนทำให้ปัจจุบันนี้พื้นที่ดังกล่าวจึงถูกเรียกขานว่านางเลิ้งนั่นเอง ต่อมาปี พ.ศ.  2472

มีคนลอบวางเพลิงทำให้บริเวณนี้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากการถูกไฟไหม้มากกว่า 100 หลังคาเรือน และว่ากันว่านับตั้งแต่มีเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่นั้นทำให้มีคนตายหลายคนและนับตั้งแต่ที่มีเหตุการณ์ไฟไหม้ชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงคนร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือในช่วงเวลายามค่ำคืนจนพื้นที่แห่งนี้หากตกถ้าเมื่อไหร่ชาวบ้านก็จะปิดบ้านเงียบไม่ออกมาเดินเล่นและถึงแม้จะมีการสร้างตลาดขึ้นมาใหม่แต่ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวก็ยังพากันได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดของการถูกไฟไหม้อยู่นั่นเอง

และหลังจากนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นตลาดนางเลิ้งก็ได้รับความเสียหายอีกครั้งหนึ่งเพราะในครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้ตลาดนางเลิ้งถูกระเบิดได้รับความเสียหายตลาดพังพินาศทั้งหมดทำให้บริเวณนี้มีคนตายหลายร้อยศพและยังมีคนบาดเจ็บอีกหลายร้อยคนซึ่งนี่คือประวัติเป็นความเป็นมาของตลาดนางเลิ้งที่เรารู้จักกันดีปัจจุบันนี้ตลาดนางเลิ้งเป็นตลาดที่ผู้คนมักจะเดินทางไปจับจ่ายซื้อของเพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่

และเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็มักจะแวะเวียนไปซื้อสินค้ากันรวมถึงเป็นแหล่งขายอาหารซึ่งจะมีร้านอาหารอร่อยๆมากมายจนปัจจุบันนี้ตลาดนางเลิ้งไม่ได้เป็นตลาดที่น่ากลัวเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไป

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย   วิธีแทงบอลสเต็ป

ตำนาน

ตำนานคลองแสนแสบตำนานความรักของขวัญและเรียม

 

           หากพูดถึงตลาดน้ำขวัญเรียมเชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักและเคยไปเที่ยวมาบ้างแล้วซึ่งตลาดน้ำขวัญเรียมนี้อยู่ที่บริเวณคลองแสนแสบในเขตบางกะปิเป็นตลาดน้ำที่พ่อค้าแม่ค้านั้นจะมีการขายของกันในลักษณะของบรรยากาศเมืองโบราณและแน่นอนว่าเมื่อเป็นเรื่องเก่าแก่โบราณต้องมีตำนานเล่าขานกันสืบมาโดยตำนานของคลองแสนแสบนี้เป็นตำนานความรักของคนหนุ่มสาว

ซึ่งเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่าชายหญิงคู่หนึ่งนั้นรักกันมากแต่ด้วยฐานะที่ทั้งคู่นั้นแตกต่างกันจึงทำให้ถูกปิดการด้วยฝ่ายชายนั้นชื่อขวัญเขา เขาเป็นคนในพื้นที่เขตบางกะปิมีพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านส่วนฝ่ายหญิงนั้นชื่อว่าเรียมเธออยู่คลองแสนแสบเรียนนั้นเป็นลูกสาวของตาเรืองส่วนขวัญนั้นเป็นลูกชายของนายเขียนอยู่มาวันหนึ่งในเขียนและตาเรืองนั้นมีเรื่องฟ้องร้องกันเกี่ยวกับเรื่องของการบุกรุกที่นาทำให้ทั้งคู่นั้นไม่ถูกกัน

แต่เมื่อทั้งคู่รู้ว่าลูกชายและลูกสาวของตนเองนั้นรักกันจึงได้พยายามกีดกันไม่ให้คนทั้งคู่นั้นได้เจอกันเลยแต่เรื่องนั้นได้มีการส่งลูกสาวไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯแต่เรียมนั้นไม่อยากจะไปจึงได้แอบมาหาขวัญ และทั้งคู่ก็ได้มีการสาบานใต้ต้นไทรเป็นการสาบานต่อเจ้าพ่อไทรว่าคนทั้งคู่นั้นจะรักกันและซื่อสัตย์ต่อกันตลอดไปแล้วเมื่อตอนเรือบังคับให้เรียนนั้นไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯเลยให้ไปอยู่กับคนรู้จักที่ชื่อว่าคุณนายทองคำทำให้เรียนนั้นได้เจอกับลูกชายของคุณนายทองคำซึ่งลูกชายของคุณนายทองคำนั้นได้ตกหลุมรักเรียมแต่อย่างไรก็ตามเดิมนั้นก็ยังคงรักและซื่อสัตย์ต่อขวัญอยู่เสมอ

ซึ่งขวัญเองนั้นพี่อยู่บางกะปิก็ยังคงเฝ้ารอเรียนให้เรียนจบแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันหลังจากเรียนไปได้ 3 ปีเตรียมก็กลับมาเยี่ยมบ้านเพราะว่าแม่ป่วยจึงทำให้ขวัญและเรียนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งแต่ลูกชายของคุณนายทองคำได้ตามเรียมกลับมาเลยลูกชายของคุณนายทองคำนั้นได้มีการบอกรักเรียมซึ่งขวัญมาได้ยินพอดีทำให้ขวัญไม่พอใจและได้ไปทางเรือที่จะต้องใช้เดินทางเข้าไปเรียนที่บางกอกทำให้ชาวบ้านนั้นออกตามไล่ล่าขวัญเพื่อนำตัวมาลงโทษซึ่งลูกชายของคุณนายทองคำได้อาศัยจังหวะนั้น

ใช้ปืนยิงขวัญตายเพื่อหวังที่จะให้เรียนนั้นมารักตนเองส่วนรวมนั้นเมื่อเห็นว่าขวัญได้ตายเธอจึงใช้มีดมาเชือดคอตนเองเพื่อให้ตายตามกันไปและนี่ก็คืออีกหนึ่งเรื่องราวของความรักของคนหนุ่มสาวที่ไม่สมหวังและก็ต้องจบชีวิตของตนเองทั้งคู่ไปจะทำให้ความรักของคนทั้งคู่นั้นกลายมาเป็นตำนานเพื่อให้ลูกค้านั้นได้ฟังเรื่องราวและถ่ายทอดให้รุ่นต่อๆไปได้ฟัง

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ