Browse Month by มกราคม 2020
ประเพณี

ประเพณีเรียกฝน

 ประเพณีเรียกฝนหรือประเพณีแห่งนางแมวที่มีมาตั้งแต่โบราณ

           สำหรับประเทศไทยเรานั้นมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ฤดูนั่นคือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งฤดูที่สั้นที่สุดก็คือฤดูหนาวเพราะจะมีแค่ไม่กี่วันก็จะหมดหนาวแล้ว ส่วนที่มากสุดคือฤดูร้อนเพราะร้อนเกือบตลอดทั้งปี ส่วนฤดูฝนนั้นมีฝนตกหนักบางปีส่วนบางปีก็ฝนน้อย น้ำแล้ง และถึงแม้บางปีประเทศไทยจะมีฝนตกชุกมากแต่ก็ตกชุกเฉพาะบางพื้นที่ ส่วนบางพื้นที่ก็ดินแล้งแห้งขอด น้ำในแม่น้ำสายใหญ่ๆก็แทบจะไม่มีอย่างนี้ปีนี้น้ำในแม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยาก็เริ่มที่จะลดลงมากแล้ว ส่วนแม่น้ำสายย่อย อย่างแม่น้ำป่าสักหรือแม่น้ำลพบุรี  น้ำแห้งจนสามารถลงไปเดินเล่นในแม่น้ำได้แล้ว

และยิ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคอีสานน้ำจะแห้งเร็วกว่าภาคอื่นๆ เพราะที่ภาคอีสานฝนจะตกน้อยกว่าที่ภาคอื่นๆมาก จึงมีภูมิปัญญาชาวบ้านสร้างประเพณีของฝนขึ้นมา เรียกว่าประเพณีแห่งนางแมว ซึ่งในสมัยก่อนนั้นประเพณีแห่นางแมวจะทำเป็นประจำต่อเนื่องกันทุกปี แต่ในปัจจุบันจะทำการแห่นางแมวก็ต่อเมื่อฝนไม่ตก น้ำเริ่มแห้งแล้วเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนการแห่นางแมวตามหมู่บ้านในชนบทจะนิยมช่วยเหลือกันทั้งหมู่บ้าน

 

โดยแมวที่จะใช้แห่ต้องเป็นแมวดำ ซึ่งวิธีการแห่งก็ง่ายมาก

เพียงนำแมวดำมาใส่ตะกร้าสานแล้วปิดให้เรียบร้อยแต่ตัวตะกร้าจะยังมีช่องให้แมวสามารถหายใจได้ และเราเองก็สามารถมองเห็นแมวได้ ลักษณะของช่องจะมีหลายช่องสานกันเป็นเหมือนตาข่ายเพียงแต่เป็นการทำมาจากไม้ไผ่เท่านั้น และเมื่อเรานำแมวใส่เข้าไปก็จะมีคนแบกแมวเดินรอบหมู่บ้านซึ่งจะมีการหามเสลี่ยงแมวนี้หน้าสองคนและหลังสองคน

ลักษณะการหามก็เหมือนกับหามคนที่นั่งบนเสลี่ยงเสร็จแล้วก็พาแมวเดินรอบหมู่บ้านให้ผ่านทุกบ้านระหว่างทางการสวดมนต์ภาวนาของให้ฝนตก ซึ่งวิธีการน้ำลูกบ้านทั้งหมู่บ้านจะออกมาช่วยกันแห่เดินตามกันเป็นขบวนรอบหมู่บ้าน และเมื่อวนจนครบบานทุกหลังแล้ว ชาวบ้านจะนำแมวมาที่ศาลพระภูมิเจ้าที่ของหมู่บ้านเพื่อมาทำพิธีสวดขอฝนอีกครั้งหลังจากนั้นก็เป็นอันเสร็จพิธี 

         จริงๆแล้ววิธีการแบบนี้หากเทียบตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยในการที่นำแมวมาทรมานแห่แมวรอบหมู่บ้าน แต่วิธีการนี้ก็มีคุณค่าทางจิตใจเพราะเป็นความเชื่อของคนโบราณและก็มักจะพบว่าหากที่ไหนฝนไม่ตก แต่หากมีการทำพิธีแห่นางแมวเมื่อไหร่ละก็ฝนจะตกหลังจากนั้นประมาณ 3-4 วันซึ่งมันก็ประจวบเหมาะพอดี ทำให้ความเชื่อนี้ของคนไทยจึงยังไม่หมดไปสักที

ประวัติและตำนาน

เรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่เลื่องลือ

เรื่อง ผี นั้นเป็นสิ่งที่เรานั้นมองไม่เห็น

ในบ้างคนก็อาจจะเชื่อหรือไม่ว่าผีนั้นจะมีอยู่จริงนอกจากนี้เรามีเรื่องของป้ายิ้มที่น่ากลัวชวนขนลุกมาบอก ป้ายิ้มนี่แก่ก็ยิ้มได้ตลอดถึงแม้ว่าหน้าตาแก่จะแก่ลงไปบ้างแล้วอาชีพทำไร่ทำสวนกล้วยป้ายิ้มนั้นแกทำหลายอย่างทำนาอย่างเดียวคงไม่พอพักก็ไม่ต้องซื้อเพราะปลูกเองแต่สำหรับปลานั้นต้องซื้อกินเองเพราะปลานั้นไม่ค่อยจะมีเพราะคนกินมันเยอะกว่าปลานำก็ใช้ไม่มากมีทั้ง น้ำคลอง น้ำบาดาล น้ำปะปาก็มีก็ใช้น้ำที่เสียเงินเท่าที่จำเป็นป้ายิ้มแกมีลูกสองคนผู้ชายคนโตผู้หญิงคนเล็กทำงานอยู่กรุงเทพ

จากบ้านเกิดที่อ่างทองไปก็หลายปีแต่ก็มาหาอยู่บ่อยครั้งส่วนลุงชุบนั้นแกละทางโลกเข้าสู่ทางธรรมบวชอยู่ที่วัดแต่ก็จะมาบิณฑบาตอยู่ทุกวันที่หน้าบ้านชอบทำของโปรใส่บาตไปก็ได้บุญูทุกเช้าป้ายิ้มนั้นก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่แกจำไม่เคยลืมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของแกเลยในชีวิตถามว่ากล้ว ผี หรือป่าว วันนั้นป้ายิ้มได้เข้าไปดูข้าวโพดที่แกปลูกเอาไว้ต้นสูงไปทั้งไร่ป้ายิ้มนั้นได้ปลูกข้าวโพดถึง4ไร่แถวนั้นยังมีต้นมะขามเทศอยู่3ต้นต้นตาล1ต้นนาแปลกนี้ติดอยู่กับคลองส่งน้ำที่นาแปรงนี้ปกติจะปลูกผักแต่ช่วงนี้ปลูกข้าวโพดไว้เยอะจนโตต้นสวยงาม

สายๆวันนั้นป้ายิ้มได้เข้าไปดูเดินไปไกล้จะถึงต้นมะขามเทศเห็นป่าข้าวโพดล้มลงเดินเข้าไปดูก็ได้กลิ่นเหม็ดเหมือนหมาเน่าป้ายิ้มก็เลยบ่นใครเอาหมาเน่ามาทิ้งแถวนี้มันน่าด่าจริงๆใครกันมันชังลากหมาวนไปวนมาจากนั้นป้ายิ้มก็เลยเดินเข้าไปดูไกล้ๆอีกทีแกเดินเข้าไปเห็นนั่นมันไม่ใช่หมาแต่มันเป็นคนนอนขึ้นอืดอยู่ไร่ข้าวโพดเลยวิ่งกลับมาที่บ้านสติสตังค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

จนนางงิ้มมาของซื้อกล้วยนางงิ้มได้ถามว่าเป็นอะไรก็เลยเล่าให้ฟังจากนั้นรู้กนทั่วบ้านตำรวจนักข่าวคนมากมายเยอะเต็มสวนข้าวโพด ศพนั้นอายุประมาณ40 – 45ร่างใหญ่ขึ้นอืดมารู้ทีหลังว่าเป็นคนที่อื่นแอบเป็นชู้กับเมียชาวบ้านก็เลยถูกฆ่าไว้ที่สวนป้ายิ้มและที่โดนลากวนไปวนมาในทุ่งข้าวโพดเขาได้ทำพิธีเพื่อสะกดวิญญาณเพื่อไม่ให้วิญญาณนั้นได้ตามเขาไป

อย่างไรก็ตามคนที่เอาศพมาทิ้งจะต้องมีความรู้เรื่องสะกดวิญญาณเรื่องผีเรื่องสางอยู่พอสมควรป้ายิ้มตั้งแต่นั้นมาก็ใจคอไม่ดีนอนไม่หลับต้องไปรสน้ำมนต์ที่วัดเรียกขวัญให้มาอยู่กับเนื้อกับตัวทำบุญูกรวดน้ำไปให้คนตายพวกญาติคนตายนั้นก็ได้มาทำพิธีสวด อัญเชิญ วิญญาณไปเรื่องแบบนี้หากใครนั้นได้เจอกับตัวเองอันเป็นต้องตกใจเหมือนกันส่วนเรื่อง ผี นั้นใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่ควรไปลบหลู่ในสิ่งที่มองไม่เห็น