Browse Month by มิถุนายน 2020
ตำนาน

ตำนานคลองแสนแสบตำนานความรักของขวัญและเรียม

 

           หากพูดถึงตลาดน้ำขวัญเรียมเชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักและเคยไปเที่ยวมาบ้างแล้วซึ่งตลาดน้ำขวัญเรียมนี้อยู่ที่บริเวณคลองแสนแสบในเขตบางกะปิเป็นตลาดน้ำที่พ่อค้าแม่ค้านั้นจะมีการขายของกันในลักษณะของบรรยากาศเมืองโบราณและแน่นอนว่าเมื่อเป็นเรื่องเก่าแก่โบราณต้องมีตำนานเล่าขานกันสืบมาโดยตำนานของคลองแสนแสบนี้เป็นตำนานความรักของคนหนุ่มสาว

ซึ่งเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่าชายหญิงคู่หนึ่งนั้นรักกันมากแต่ด้วยฐานะที่ทั้งคู่นั้นแตกต่างกันจึงทำให้ถูกปิดการด้วยฝ่ายชายนั้นชื่อขวัญเขา เขาเป็นคนในพื้นที่เขตบางกะปิมีพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านส่วนฝ่ายหญิงนั้นชื่อว่าเรียมเธออยู่คลองแสนแสบเรียนนั้นเป็นลูกสาวของตาเรืองส่วนขวัญนั้นเป็นลูกชายของนายเขียนอยู่มาวันหนึ่งในเขียนและตาเรืองนั้นมีเรื่องฟ้องร้องกันเกี่ยวกับเรื่องของการบุกรุกที่นาทำให้ทั้งคู่นั้นไม่ถูกกัน

แต่เมื่อทั้งคู่รู้ว่าลูกชายและลูกสาวของตนเองนั้นรักกันจึงได้พยายามกีดกันไม่ให้คนทั้งคู่นั้นได้เจอกันเลยแต่เรื่องนั้นได้มีการส่งลูกสาวไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯแต่เรียมนั้นไม่อยากจะไปจึงได้แอบมาหาขวัญ และทั้งคู่ก็ได้มีการสาบานใต้ต้นไทรเป็นการสาบานต่อเจ้าพ่อไทรว่าคนทั้งคู่นั้นจะรักกันและซื่อสัตย์ต่อกันตลอดไปแล้วเมื่อตอนเรือบังคับให้เรียนนั้นไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯเลยให้ไปอยู่กับคนรู้จักที่ชื่อว่าคุณนายทองคำทำให้เรียนนั้นได้เจอกับลูกชายของคุณนายทองคำซึ่งลูกชายของคุณนายทองคำนั้นได้ตกหลุมรักเรียมแต่อย่างไรก็ตามเดิมนั้นก็ยังคงรักและซื่อสัตย์ต่อขวัญอยู่เสมอ

ซึ่งขวัญเองนั้นพี่อยู่บางกะปิก็ยังคงเฝ้ารอเรียนให้เรียนจบแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันหลังจากเรียนไปได้ 3 ปีเตรียมก็กลับมาเยี่ยมบ้านเพราะว่าแม่ป่วยจึงทำให้ขวัญและเรียนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งแต่ลูกชายของคุณนายทองคำได้ตามเรียมกลับมาเลยลูกชายของคุณนายทองคำนั้นได้มีการบอกรักเรียมซึ่งขวัญมาได้ยินพอดีทำให้ขวัญไม่พอใจและได้ไปทางเรือที่จะต้องใช้เดินทางเข้าไปเรียนที่บางกอกทำให้ชาวบ้านนั้นออกตามไล่ล่าขวัญเพื่อนำตัวมาลงโทษซึ่งลูกชายของคุณนายทองคำได้อาศัยจังหวะนั้น

ใช้ปืนยิงขวัญตายเพื่อหวังที่จะให้เรียนนั้นมารักตนเองส่วนรวมนั้นเมื่อเห็นว่าขวัญได้ตายเธอจึงใช้มีดมาเชือดคอตนเองเพื่อให้ตายตามกันไปและนี่ก็คืออีกหนึ่งเรื่องราวของความรักของคนหนุ่มสาวที่ไม่สมหวังและก็ต้องจบชีวิตของตนเองทั้งคู่ไปจะทำให้ความรักของคนทั้งคู่นั้นกลายมาเป็นตำนานเพื่อให้ลูกค้านั้นได้ฟังเรื่องราวและถ่ายทอดให้รุ่นต่อๆไปได้ฟัง

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

สังคมทั่วไป

ราชาเคป๊อป EXO

สมชื่อ วงราชาเคป๊อป EXO โชว์การแสดงสุดยิ่งใหญ่ใน EXO PLANET #5-EXplOration-in BANGKOK “ เพื่อสานต่อความยิ่งใหญ่ให้สมกับในฐานะวงราชาแห่งเค-ป๊อปอีกครั้ง สำหรับ EXO (เอ็กซ์โซ) ที่พาแฟนชาวไทยข้ามผ่านมิติไปสำรวจนอกอวกาศนิรนามด้วยกันได้อย่างยอดเยี่ยมในมหากาพย์คอนเสิร์ตครั้งที่5 EXO PLANET #5-EXplOration-in BANGKOK “ (เอ็กซ์โซ แพลนเน็ต นัมเบอร์ ไฟว์ท เอ็กกซ์พลอเรชั่น อินแบงค็อก) ที่ถูกจัดขึ้นถึงสามรอบการแสดงด้วยกันโดยได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีโดยบัตรคอนเสิร์ตทั้งสามรอบการแสดงกว่า 33,000 ใบที่ขายมดจนเกลี้ยงในเวลาแค่ชั่วพริบตา

      เปิดฉากคอนเสิร์ตด้วยเพลงสุดร้อนแรง “Tempo” ต่อด้วยเพลงทรานส์ฟอร์เมอร์และกราวิตี้ ความตื่นเต้นเราใจได้เกิดขึ้นตลอดทุกการแสดงที่หนุ่มหนุ่มวงเอ็กซ์โซ ที่พวกเขาตั้งใจขนมาโชว์ให้พวกเราได้ดูกัน และแถมยังมีเพลงอื่นๆอีกมากมายเช่น love shot , ooh la la la , damage , และ bad dream

รวมถึงเพลงที่เป็นเพลงยอดฮิตตลอดกาลไม่ว่าจะเป็น growl , overdose , call me baby , monster , power และมาถึงการแสดงโซโล่ของเหล่าสมาชิกวงเอ็กซ์โซแต่ละคน BAEKHYUN ในเพลง Un village , SUHO , ในเพลง been through , chen ในเพลง lights out , kai ในเพลง confession และดูโอคู่แรกของวงอย่าง EXO -SC ที่สมาชิกทั้งสอง SEHYUN กับ CHANYEOL ที่มามอบความสนุกในเพลง what a life และ closer to you 

      งานนี้เหล่าแฟนคลับ EXO-L ก้อได้แสดงความรักให้กับหนุ่มๆได้เห็นทั้งสามวันกับโปรเจ็คความหมายดีๆให้กับทั้งหกหนุ่มไม่ว่าจะเป็น MISS U “ พวกเราเดินทางมาด้วยกันตั้งแต่ 2012 แล้วนะ ” , “ สุดการรอคอยมีผลลัพธ์เป็น EXO เราก็พร้อมที่จะรอ “  และโปรเจ็คฉลองวันเกิดของ CHEN ในรอบวันที่ 21 กันยายนว่า “ สำหรับโลกใบนี้คุณอาจเป็นเพียงแค่คนๆ หนึ่งแต่สำหรับพวกเราคุณคือโลกทั้งใบ “ รนี่ถือว่าเป็นการแสดงคอนเสิร์ตที่ได้สร้างความทรงจำที่ดีๆระหว่างศิลปินและแฟนคลับอย่างน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

 

 

ขอขอบคุณ  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท  ที่ให้การสนับสนุน

ประวัติและตำนาน

ความเชื่อที่คนโบราณเชื่อมานมนานตั้งแต่สมัยยุคปู่ของเรา

ทุกคนบนโลกล้วนมีความเชื่อเป็นของตนเองซึ่งทุกๆคนก็อาจจะมีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไปถ้าเทียบระหว่างความเชื่อของคนยุคปัจจุบันกับคนโบราณหรือคนยุคปู่ของเรานั้นเรียกได้ว่าความเชื่อแตกต่างกันมากๆและวันนี้เราจะมาพูดถึงความเชื่อของคนโบราณยุคปู่ของเราที่ส่วนใหญ่คนโบราณเชื่อกันแบบไหนและเป็นยังไงวันนี้เราจะมาบอกกันเลยค่ะ

1.ต้องชมเด็กว่าน่าเกลียดน่าชัง  คนโบราณมีความเชื่อว่าสมมุติถ้ามีใครมาคุยกับเด็กว่าน่ารักน่าเอ็นดูว่ากันว่าจะมีผีปีศาษมาจับเด็กไปอยู่ด้วยหรือไม่ก็จะแกล้งเด็กจนเด็กร้องไห้ดังนั้นทุกคนจึงเรียกเด็กว่าน่าเกลียดน่าชังเนื่องจากเราว่าเราพูดผีปีศาจจะจับเด็กไปซึ่งว่ากันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงโดยความเชื่อที่เพิ่มพูนมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนั้นนั่นก็เพราะว่าเวลาที่ผู้ใหญ่เห็นเด็กก็มักจะเรียกว่าน่าเกลียดน่าชังไม่เคยมีใครพูดว่าน่ารักเลยสักครั้งซึ่งหลายคนจึงคิดว่าห้ามชมเด็กทารกว่าน่ารักนั้นบางทีอาจจะเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่นมนานแล้วจริงๆก็ได้ บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องหลอกเล่นๆแต่เป็นเรื่องจริงที่ผู้หลักผู้ใหญ่เขาจริงจัง 

2.เวลาทำอาหารห้ามชิมอาหารด้วยทัพพี   คนโบราณนั้นมีความเชื่ออยู่ว่าเวลาเราทำอาหารสัตว์ต้องห้ามชิมอาหารด้วยการใช้ทัพพีซึ่งว่ากันว่าถ้าเกิดว่าใครทำอาหารแล้วใช้ทัพพีชิมอาหารลูกของคนคนนั้นก็จะมีหน้าตาที่บิดเบี้ยวดูหน้าตาน่าเกลียดหน้าตาอัปลักษณ์ไม่มีใครชอบและเป็นเด็กอัปมงคลต่อประเทศต่อเมืองนั้น หรือบางทีเด็กคนนั้นนอกจากจะหน้าตาน่าเกลียดแล้วบางทีก็จะพิการยกตัวอย่างเช่นขาด้วนแขนด้วนอะไรต่างๆอีกมากมายดังนั้นคนโบราณจึงสั่งสอนให้ลูกหลานไม่ชิมอาหารด้วยทัพพีในเวลาที่จะทำอาหารแต่เรื่องนี้มีเหตุผลว่าทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ถึงได้พูดกันอย่างนั้นเหตุผลก็คือผู้ใหญ่กลัวว่าเวลาที่เรานั้น

ใช้ทัพพีในการตักขึ้นมาชิมพอเราชิมก็จะมีน้ำลายติดอยู่ที่ทัพพีแล้วพอเรานำไปใช้อย่างอื่นต่อก็จะทำให้น้ำลายของเราไปโดนกับสิ่งของนั้นและพ่อไปโดนพ่อคนอื่นมาใช้หรือมากินต่อก็จะทำให้น่ารังเกียจขยะแขยงหรือก็คือการรับเชื้อโรคหรือน้ำลายจากเราไปนั่นเอง ดังนั้นเวลาที่ทำอาหารแล้วจะชิมอาหารแนะนำให้นำซ้อนมาจากแคว้นเพื่อที่น้ำลายของเราจะได้ไม่ไปโดนกับอาหารอื่นๆเวลาที่เรานำกลับไปคนใหม่หรือนำกลับไปผัด 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดู E-SPORT