ประวัติและตำนาน

ความเชื่อที่คนโบราณเชื่อมานมนานตั้งแต่สมัยยุคปู่ของเรา

ทุกคนบนโลกล้วนมีความเชื่อเป็นของตนเองซึ่งทุกๆคนก็อาจจะมีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไปถ้าเทียบระหว่างความเชื่อของคนยุคปัจจุบันกับคนโบราณหรือคนยุคปู่ของเรานั้นเรียกได้ว่าความเชื่อแตกต่างกันมากๆและวันนี้เราจะมาพูดถึงความเชื่อของคนโบราณยุคปู่ของเราที่ส่วนใหญ่คนโบราณเชื่อกันแบบไหนและเป็นยังไงวันนี้เราจะมาบอกกันเลยค่ะ

1.ต้องชมเด็กว่าน่าเกลียดน่าชัง  คนโบราณมีความเชื่อว่าสมมุติถ้ามีใครมาคุยกับเด็กว่าน่ารักน่าเอ็นดูว่ากันว่าจะมีผีปีศาษมาจับเด็กไปอยู่ด้วยหรือไม่ก็จะแกล้งเด็กจนเด็กร้องไห้ดังนั้นทุกคนจึงเรียกเด็กว่าน่าเกลียดน่าชังเนื่องจากเราว่าเราพูดผีปีศาจจะจับเด็กไปซึ่งว่ากันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงโดยความเชื่อที่เพิ่มพูนมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนั้นนั่นก็เพราะว่าเวลาที่ผู้ใหญ่เห็นเด็กก็มักจะเรียกว่าน่าเกลียดน่าชังไม่เคยมีใครพูดว่าน่ารักเลยสักครั้งซึ่งหลายคนจึงคิดว่าห้ามชมเด็กทารกว่าน่ารักนั้นบางทีอาจจะเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่นมนานแล้วจริงๆก็ได้ บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องหลอกเล่นๆแต่เป็นเรื่องจริงที่ผู้หลักผู้ใหญ่เขาจริงจัง 

2.เวลาทำอาหารห้ามชิมอาหารด้วยทัพพี   คนโบราณนั้นมีความเชื่ออยู่ว่าเวลาเราทำอาหารสัตว์ต้องห้ามชิมอาหารด้วยการใช้ทัพพีซึ่งว่ากันว่าถ้าเกิดว่าใครทำอาหารแล้วใช้ทัพพีชิมอาหารลูกของคนคนนั้นก็จะมีหน้าตาที่บิดเบี้ยวดูหน้าตาน่าเกลียดหน้าตาอัปลักษณ์ไม่มีใครชอบและเป็นเด็กอัปมงคลต่อประเทศต่อเมืองนั้น หรือบางทีเด็กคนนั้นนอกจากจะหน้าตาน่าเกลียดแล้วบางทีก็จะพิการยกตัวอย่างเช่นขาด้วนแขนด้วนอะไรต่างๆอีกมากมายดังนั้นคนโบราณจึงสั่งสอนให้ลูกหลานไม่ชิมอาหารด้วยทัพพีในเวลาที่จะทำอาหารแต่เรื่องนี้มีเหตุผลว่าทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ถึงได้พูดกันอย่างนั้นเหตุผลก็คือผู้ใหญ่กลัวว่าเวลาที่เรานั้น

ใช้ทัพพีในการตักขึ้นมาชิมพอเราชิมก็จะมีน้ำลายติดอยู่ที่ทัพพีแล้วพอเรานำไปใช้อย่างอื่นต่อก็จะทำให้น้ำลายของเราไปโดนกับสิ่งของนั้นและพ่อไปโดนพ่อคนอื่นมาใช้หรือมากินต่อก็จะทำให้น่ารังเกียจขยะแขยงหรือก็คือการรับเชื้อโรคหรือน้ำลายจากเราไปนั่นเอง ดังนั้นเวลาที่ทำอาหารแล้วจะชิมอาหารแนะนำให้นำซ้อนมาจากแคว้นเพื่อที่น้ำลายของเราจะได้ไม่ไปโดนกับอาหารอื่นๆเวลาที่เรานำกลับไปคนใหม่หรือนำกลับไปผัด 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดู E-SPORT