ศิลปะ

ศิลปะการพูด

การพูดดีย่อมเป็นศรีแก่ตัวเอง การพูดไม่ดีย่อมเป็นภัยแก่ตัวเอง การพูดดีเหมือนกับยาหอม การพูดไม่ดีเหมือนยาพิษ ฉะนั้นแล้วการพูดไม่ใช่เพียงสิ่งปกติที่คนทั่วไปกระทำกัน แต่การพูดยังเป็นศิลปะอย่างหนึ่งด้วย คนใดที่มีศิลปะในการพูดจะยิ่งมีเสน่ห์มาก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าศิลปะการพูดเป็นแบบใด มีความสำคัญอย่างไร

ศิลปะการพูดคืออะไร

ศิลปะการพูด คือการพูดอย่างมีชั้นเชิง มีความรู้ มีภูมิฐาน มีความไพเราะ มีเหตุผล มีหลักและวิธีการ มีลูกเล่นน้ำเสียง รวมทั้งมีจังหวะเวลา กาลเทศะด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้อาจะต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน เพราะการพูดคุยปกติธรรมดาอาจไม่เทียบเท่าการฝึกฝนการพูดโดยเฉพาะ การพูดที่มีการใช้ศิลปะการพูดอย่างเช่น การกล่าวสุนทรพจน์ การโต้วาที การอ่านข่าว การจัดรายการวิทยุ การเป็นพิธีกร เป็นต้น

ศิลปะการพูดต้องมีอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง

1.ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่กำลังจะพูด

ความรู้ความเข้าใจในหัวข้อหรือเนื้อเรื่องที่กำลังจะพูดนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้พูดไม่สามารถพูดโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสับสน ไม่เข้าใจซึ่งที่ผู้พูดจะสื่อ อาจทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่ถูกต้องตรงกัน หรือทำให้ผู้ฟังไม่ได้ประโยชน์หรือเนื้อหาสาระใดๆจากการฟังผู้พูดเลย ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้พูดไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะสื่อสารให้แก่ผู้ฟังได้เข้าใจตรงกัน

2.ต้องมีลูกเล่นน้ำเสียง

ลูกเล่นน้ำเสียง หรือโทนเสียงที่ใช้ในการพูด จะเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจในเรื่องนั้น ทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ อยากฟัง น่าติดตาม ที่สำคัญการใช้น้ำเสียงต่างๆมีผลต่อความรู้สึกของผู้ฟังด้วย อย่างเช่น ในการเล่านิทาน ถ้าผู้พูดเล่าด้วยน้ำเสียงเดียวกันทั้งเรื่องจะทำให้เกิดความน่าเบื่อ ผู้ฟังอาจเบื่อหน่ายจนไม่สนใจเนื้อเรื่อง หรือแม้กระทั่งการที่คุณครูสอนเด็กนักเรียนก็เช่นกัน ถ้าคุณครูใช้น้ำเสียงเนิบๆช้าๆ เด็กนักเรียนจะรู้สึกเบื่อ แต่ถ้าคุณครูใช้น้ำเสียงที่ดุ เด็กนักเรียนจะรู้สึกกลัว และกระตุ้นให้เด็กนักเรียนตื่นตัวตั้งใจเรียนขึ้นได้ 

3.ต้องรู้จักกาลเทศะ

ศิลปะการพูดที่ผู้พูดที่ดีควรมีคือกาลเทศะ การพูดที่ดีควรพูดให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะการพูดเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการมีมารยาทด้วย การเป็นผู้พูดที่ดีไม่ใช่ว่าจะพูดกับใคร เมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้ แต่จะต้องคำนึงถึงคุณวุฒิ วัยวุฒิ สถานที่ ภาษาที่เหมาะสม และเวลาในการพูดด้วย เช่น การพูดกับเพื่อนสามารถพูดปกติได้ การพูดกับผู้ใหญ่จะต้องพูดให้สุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน การพูดกับเด็กอาจพูดด้วยความเอ็นดู เป็นต้น

4.ต้องผ่านกระบวนการคิด

ศิลปะการพูดนั้นควรมีการพูดที่ผ่านการกลั่นกรอง ผ่านกระบวนความคิดมาแล้ว ไม่ใช่จะพูดอะไรก็ได้ เพราะเวลาที่ผู้พูดคิดถี่ถ้วน คิดอย่างละเอียดรอบคอบมาแล้วย่อมส่งผลให้การพูดออกมาดีมากกว่าการพูดที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ไม่ได้ผ่านการคิดวิเคราะห์มา ถึงได้มีคำกล่าวที่ว่า ต้องรู้จักคิดดี พูดดีเข้าไว้

จะเห็นได้ว่าการพูดนั้นไม่ใช่กิจวัตรที่ทำกันเป็นเพียงปกติเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะที่ทำให้สร้างคุณค่า สร้างชื่อเสียง สร้างอาชีพได้ หากรู้จักใช้วิธีการพูดที่ดี ซึ่งอาชีพที่ต้องมีศิลปะในการพูดหรือใช้การพูดเป็นอาชีพก็มีให้เห็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น พิธีกร นักจัดรายการวิทยุ ผู้ประกาศข่าว นักพากย์ ไลฟ์โค้ช ทนาย เป็นต้น อาชีพเหล่านี้ล้วนต้องใช้ศิลปะการพูดอย่างมากเพื่อดึงความสนใจจากผู้ฟัง หากไม่มีศิลปะการพูดที่ดีก็ไม่อาจมีผู้ฟังที่ไหนสนใจฟัง ไม่ได้รับการยอมรับ และไม่อาจมีอาชีพเหล่านี้ขึ้นมาได้

 

 

สนับสนุนโดย   Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ