ประวัติและตำนาน

ประวัติพระแก้วมรกต

สำหรับพระแก้วมรกตนั้นเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของไทยอายุมากกว่าห้าร้อยปีมาแล้ว

ซึ่งหากจะเล่าย้อนความเป็นมาของพระแก้วมรกตนั้นมีการเล่าขานการค้นพบพระแก้วมรกตโดยพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งในครั้งนั้น พระภิกษุสงฆ์องค์ดังกล่าวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพระพุทธรูปที่เห็นอยู่นี่คือพระแก้วมรกต

ตามประวัติที่ค้นพบพระแก้วมรกตเล่าว่า ในสมัยก่อนมีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งเดินทางมาที่เมืองเชียงรายและบังเอิญเดินผ่านมายังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งขณะที่กำลังเดินผ่านอยู่นั้นปรากฏว่าฟ้าได้ผ่าลงมาแล้วผ่าไปโดยยอดเจดีย์ดีหัก ทำให้พระภิกษุรูปดังกว่าเดินเข้าไปดูด้านในเจดีย์แล้วเจอกันพระพุทธรูปองค์หนึ่งซึ่งมีลักษณะสีดำ ไม่สวยงามพระภิกษุสงฆ์รูปดังกล่าวจึงได้นำพระพุทธรูปกลับมาไว้ที่วัดมาวางไว้รวมกับพระพุทธรูปองค์อื่นอื่นภายในวัดแต่หลังจากนั้นไม่นานปูนที่ฉาบตรงปลายฐานของพระพุทธรูปก็เกิดปริออกทำให้มองเห็นว่าด้านในของพระพุทธรูปเป็นสีเขียวและเมื่อกระเถาะเอาปูนออกจนหมดจึงได้เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปที่สร้างมาจากหยกสีเขียวทั้งองค์ ซึ่งหยกที่นำมาสร้างเป็นหยกชิ้นเดียวทั้งองค์เลย ไม่มีรอยต่อใดใด

เรื่องการค้นพบพระแก้วมรกตจึงได้รู้ไปถึงหูของเจ้าเมืองเชียงใหม่ พระองค์จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่เมืองเชียงใหม่แต่ระหว่างที่ช้างกำลังอัญเชิญพระแก้วมรกตไปเชียงใหม่นั้นเมื่อมันเดินมาถึงทางแยกทีจะไปเชียงใหม่กับลำปาง ช้างเกิดไม่ยอมเดินไปทางเชียงใหม่ ซึ่งพบว่าถึงมีการเปลี่ยนช้างแล้วช้างก็ยังไม่ยอมไปเชียงใหม่ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นถึงสามครั้งทำให้เจ้าเมืองเชียงใหม่ทรงให้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปไว้ที่เมืองลำปางแทนซึ่งในตอนนี้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตไปไว้ที่วัดพระแก้ว และได้อยู่ที่วัดแห่งนั้นเป็นเวลากว่าสามสิบปี

และต่อมาในช่วงปี พ.ศ.2011 ได้มีการเปลี่ยนเจ้าเมืองที่ครองนครเชียงใหม่ จึงได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตให้มาประดิษฐานไว้ทีวัดเจดีย์หลวงแห่งเมืองเชียงใหม่ ซึ่งพระองค์ได้มีคำสั่งให้สร้างปราสาทขึ้นเพื่อที่จะได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานเอาไว้ที่ปราสาทแห่งนี้ แต่ว่ามีเหตุการณ์ฟ้าผ่าทำให้ยอดปราสาทพังเสียหายจึงเป็นเหตุให้พระแก้วมรกตถูกอัญเชิญไปเก็บไว้ที่วัดแทน ซึ่งมีนำพระแก้วมรกตไปเก็บไว้ในตู้และเมื่อมีงานสำคัญเมื่อไหร่จึงค่อยอัญเชิญท่านออกมาร่วมพิธีซึ่งพระแก้วมรกตได้ประดิษฐานที่เมืองเชียงใหม่เป็นเวลาทั้งสิ้น 84 ปี ต่อมาลูกสาวเจ้าเมืองเชียงใหม่ได้แต่งงานไปกับเจ้าเมืองหลวงพระบาง

และมีโอรสนามว่าพระไชยเซษฐ์และต่อมาในปี 2094 เจ้าเมืองเชียงใหม่ได้เสด็จสวรรคตแต่เนื่องจากเจ้าเมืองเชียงใหม่ไม่มีทายาททำให้พระเจ้าไชยเชษฐ์ได้มาปกครองเมืองเชียงใหม่แทนแต่ปกครองเชียงใหม่ได้ไม่นานพระบิดาก็เสด็จสวรรคตทำให้พระองค์ต้องกลับมาปกครองที่หลวงพระบางและในครั้งนั้นเองพระองค์ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปหลวงพระบางด้วยต่อมาไม่นานเชียงแสนก็ถูกพม่าบุกยึดทำให้พระองค์ต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองเวียงจันทร์ซึ่งพระองค์ก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปด้วยซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระแก้วมรกตจึงได้อยู่ที่นครเวียงจันทร์นานถึง 215