Browse Tag by ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์
ประวัติและตำนาน

ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์

หากจะพูดถึงในแหล่งการท่องเที่ยวนั้นหลายคนก็คงจะมองเห็นถึงการท่องเที่ยงในด้านทางประวัติศาสตร์มากกว่าเพราะนักท่องเที่ยวนั้นมักจะชอบการท่องเที่ยวในเชิงด้านวัฒนธรรมเสียมากกว่านอกจากจะมีประเพณีและวัฒนธรรมแล้วยังมีเอกลักษณ์อีกมากมายที่เกี่ยวกับทางภาคอีสาน ซึ่งการท่องเที่ยงนั้นก็จะเนินไปในทางวัฒนธรรมเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวหรือบรเวณที่แสดงออกถึงทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

 

 

ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์

สำนักสงฆ์กู่สันตรัตน์

 เป็นโบราณสถานที่อาจจะบ่งบอกได้ว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดในจังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่ในเขตอําเภอนาดูนเป็นปราสาทหินสร้างด้ายศิลาแลงศิปะขอมแบบบายนตัวปราสาทนั้นได้ตั้งอยู่ในวงล้อมของกำแพงแก้ว ซึ่งได้ก่อด้วยศิลาแลงความสูงอยู่ที่ประมาณ 1 2 เมตรเป็นกรอบรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าและมีทางเข้าออกเป็นซุ้มประตูโคหรือปุระอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเมื่อได้ผ่านโคปุระเข้าไปจะพบเห็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสต่อเชื้อมคล้ายทางเดินไปยังปราสาทองค์ประทานโดยพบร่องรอยการขุดเจาะหลุมเสาอยู่ที่มุมทั้งสี่ด้านและเศษกระเบี้ยงมุงหลังคาเป็นจำนวนมากจึงได้สันนิษฐานว่า แต่เดิมลานหินนี้หน้าจะมีหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบี้ยงสร้างคุมอยู่แต่ในปัจจุบันคงจะเหลืออยู่เพียงศิลาแลงเท่านั้น

ส่วนด้านซ้ามมือเป็นบันนาไรซึ่งได้สร้างขึ้นเป็นทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าก่อด้วยศิลาแลงองค์ปราสาทองค์กู่สันตรัตน์ก่อด้วยศิลาแลงขนาดความกว้าง7เมตรยาว8เมตรตรงอยู่ตรงกลางของกำแพงแก้วเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพิ่มมุมและมีมุกต่อยื่นออกมาจากด้านหน้าซึ่งจะมีช่องประตูเข้าสู่ห้องใจกลางปราสาทห้องนี้ใช้สำหรับประดิษฐานเคารพรูปสำคัญอันเป็นองค์ประทานของปราสาท

นอกจากนี้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้านหน้าปราสาทนอกกำแพงแก้วยังมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าก่อผนังด้วยศิลาแลงขนาดความกว้าง10เมตรความยาว12เมตรสระน้ำแห่งนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งของปราสาทที่เรียกว่าบาราย พื้นที่ตั้งกู่สันตรัตน์แต่เดิมเป็นป่าลึกจนเมื่อมีการค้นพบก้อนศิลาแลงปะปนอยู่ในดินเป็นจำนวนมาก

จึงได้มีการสำรวจขุดค้นและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช2478 จากนั้นก็ได้มีการขุดแต่งเรื่อยมาจนมาในปีพุทธศักราช2545ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่และได้พบโบราณวัถุจำนวนมากบางส่วนถูกนำไปจัดแสดงอยู่พิพิธภัณฑ์สถานห่งชาติจังหวัดขอนแก่นแต่ในอีกจำนวนหนึ่งชาวบ้านมีความประสงค์จะเก็บรักษาเอาไว้เพื่อสักการะบูชากันในพื้นที่โบราณวัตถุส่วนนี้จึงได้ถูกนำเอาไปเก็บไว้ที่บนกุฏิพระภายในวัดกู่ใต้โดยสร้างกรงเหล็กเอาไว้อย่างหนาแน่นเพื่อป้องกันคนมขโมยรูปเคารพเหล่านี้ขุดพบจากการบูรณะบันนาไรและโคปุระ