Browse Category by ศิลปะ
ศิลปะ

ศิลปะกับภาพเปลือย

ศิลปะกับภาพเปลือย

ศิลปะกับภาพเปลือย รูปภาพเปลือยคงเป็นที่ใครหลายคนให้คำนิยามว่าเป็นรูปภาพโป๊ แต่ความเป็นจริงรูปภาพเปลือยมีความแตกต่างจากรูปภาพโป๊ รูปภาพเปลือยเป็นศิลปะอย่างที่แสดงถึงความสวยงามของสรีระร่างกายมนุษย์ เป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ความเข้าใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่รูปภาพเปลือยทุกรูปที่จะถูกยกย่องว่าเป็นภาพศิลปะ รูปภาพศิลปะนั้นจะต้องมีสาระ

มีนัยยะ มีความหมายไม่ใช่เพียงแค่การเปลื้องผ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปภาพเหล่านั้น

รูปภาพเปลือยที่ทั่วโลกยกย่องให้เป็นผลงานรูปภาพศิลปะคือภาพหญิงสาวที่ไม่สวมใส่เสื้อผ้า แต่รูปภาพเหล่านั้นกลับไม่ได้สื่อไปในทางยั่วยุอารมณ์ทางเพศอย่างใด เป็นเพียงภาพที่สะท้อนวัฒนธรรมผ่านรูปภาพศิลปะเท่านั้น แม้รูปภาพนั้นจะมีอายุยาวนานมากกว่า 500 ปีแล้วแต่ยังคงสาระสำคัญและความหมายของรูปภาพนั้นไว้ได้อยู่ การตีความภาพนั้นยังเหมือนเดิมไม่สามารถตีความไปในทางกามอารมณ์ได้เลยแม้เวลาจะผ่านไป

ทุกวันนี้มีรูปภาพในลักษณะเปลื้องผ้าเยอะมาก โดยส่วนใหญ่มักเป็นรูปภาพเปลืองผ้าของผู้หญิง ที่อาจทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง กระแสนิยม ชื่อเสียง หรือเหตุผลอื่นใดก็ตาม ซึ่งปัจจัยของการที่ผู้หญิงเปลื้องผ้าก็แตกต่างกันไปตามความจำเป็นแต่อย่างไรก็ตามรูปภาพเปลื้องผ้าเหล่านั้นไม่ได้มีลักษณะเป็นผลงานศิลปะ แต่เพื่อเป็นการปลุกอารมณ์ทางเพศ

หรือเพื่อให้มีผลต่ออารมณ์ทางเพศ เป็นรูปภาพที่ไม่ได้ถูกผลิตมาเพื่องานศิลปะแต่ถูกผลิตมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านอารมณ์ทางเพศ วัตถุประสงค์ของรูปภาพเปลื้องผ้าเหล่านั้นจะไม่เหมือนวัตถุประสงค์ของรูปภาพเปลือยที่เป็นผลงานศิลปะ

เพราะรูปภาพเปลือยที่เป็นผลงานศิลปะมักจะมีการสื่อสารความหมายอย่างอื่นที่ต่อผู้พบเห็น ที่ไม่ใช่การสื่อสารเพื่อปลุกอารมณ์ทางเพศของผู้ที่เสพรูปภาพนั้น แต่อาจการสื่อความหมายในเรื่องความงดงามของผู้หญิงจากเรือนร่าง ความสวยงามของความรักจากการกอด จูบ สัมผัส หรือแม้กระทั่งการสื่อความหมายความสวยงามของวัฒนธรรมจากการใส่ผ้าถุงอาบน้ำก็เป็นได้

ภาพเปลือยก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ใช้เรือนร่างของมนุษย์ในการสร้างผลงานศิลปะที่ดูขัดกับวัฒนธรรมของสังคมไทย ด้วยความที่สังคมไทยเป็นสังคมเมืองพุทธ มีวัฒนธรรมและมุมมองต่อรูปภาพเปลือยเหล่านั้นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร และมองว่าผู้หญิงทุกคนควรรักนวลสมุนตัวต้องแต่งกายให้มิดชิด ไม่สมควรไปเปลื้องผ้าให้ใครได้เห็น

แต่ศิลปะนั้นไม่อาจถูกจำกัดไว้เพียงแค่คำว่าวัฒนธรรมและสังคม เพราะศิลปะคือความต้องการสื่อความหมายของงานศิลป์ให้คนทั่วไปได้เห็นและเข้าใจได้ แม้ผลงานเหล่านั้นจะขัดหรือแย้งกับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ขัดแย้งกับวัฒนธรรมและสังคม แต่ผลงานศิลปะในรูปภาพเปลือยก็มักจะแฝงความหมาย ข้อคิดเห็น หรือหลักจิตวิทยาต่างๆใส่ลงไปในผลงานเหล่านั้นด้วย แต่ก็ค่อนข้างเป็นไปได้ยากที่ทุกคนจะเข้าใจในความหมายของผลงานศิลปะนั้น หากไม่ใช่ศิลปินหรือผู้ที่เสพงานศิลปะประเภทรูปภาพเปลือยนี้จริงๆ

อันที่จริงแล้วก็ไม่มีใครสามารถกำหนดได้ว่าภาพไหนคือภาพรูปภาพโป๊ภาพไหนคือรูปภาพเปลือยเพราะว่าศิลปะล้วนเป็นมุมมองความเห็นที่แตกต่างกันไปคนแต่ละคนมักจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมีมุมมองที่แตกต่างกันดังนั้นการตีความรูปภาพแต่ละรูปภาพย่อมแตกต่างกัน

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

ศิลปะ

เคล็ดไม่ลับกับการถ่ายภาพ Portrait

เคล็ดไม่ลับกับการถ่ายภาพ

เคล็ดไม่ลับกับการถ่ายภาพ หลายๆคนคงทราบกันอยู่พอสมควรว่าการถ่ายภาพ Portrait คือ การถ่ายภาพบุคคล เน้นบุคคลเป็นองค์ประกอบหลัก แต่การจะถ่ายภาพ Portrait ให้ออกมาสวยงามได้สมใจได้จะต้องใช้เทคนิคหรือเคล็ดลับต่างๆมากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดไม่ลับในการถ่ายภาพ Portrait ให้ออกมาสวยงามว่ามีอะไรบ้าง

เคล็ดไม่ลับกับการถ่ายภาพ

1.การเลือกใช้เลนส์

ในการถ่ายภาพ Portrait ควรเลือกใช้เลนส์ตั้งแต่ 50 -200 mm. แต่เลนส์ระยะที่เป็นที่นิยมคือ 50 mm กับ 85 mm เพราะจะทำให้ภาพถ่ายที่ได้ไม่มีความผิดเพี้ยน ถ้าใช้เลนส์ตัวอื่นอาจทำให้ภาพถ่ายผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้ เช่น ถ้าใช้เลนส์ที่มีระยะ 17 mm จะกว้างเกินไปจนทำให้ใบหน้าคนที่เป็นแบบผิดรูปได้ เป็นต้น

  1. ความคมชัดของภาพ

หากอยากให้ภาพถ่ายมีความหน้าชัดหลังเบลอ หรือหลังละลาย ควรใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบ Bokeh โดยการตั้งค่ารูรับแสง ให้ ค่า F น้อยๆ จะทำให้ภาพมีความชัดตื้นขึ้น แต่ถ้าตั้งค่า F สูงๆจะทำให้ภาพมีความชัดลึกขึ้น คนที่เป็นแบบจะมีความโดดเด่นขึ้นมาจากฉากหรือพื้นหลัง จะทำให้จุดสนใจมุ่งไปอยู่กับคนที่เป็นแบบ

  1. เล็งจุดโฟกัสไปที่ดวงตา

ดวงตาถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการเล็งจุดโฟกัส เพราะหากถ่ายภาพไปโดยปราศจากการเล็งจุดโฟกัสไปที่ดวงตาของคนที่เป็นแบบ อาจทำให้ภาพถ่ายไม่สวยได้ เพราะคนที่เป็นแบบอาจตาปรือหรือเผลอหลับตาได้ เพื่อให้ได้แววตาที่คมชัดสวยงามของคนที่เป็นแบบการเล็งโฟกัสไปที่ดวงตาจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมาก

4.การจัดแสง

แสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพ Portrait ที่สุดคือ แสงธรรมชาติ โดยเลือกช่วงเวลากลางวันและสภาพอากาศปลอดโปร่ง ถ้าหากฟ้าครึ้มจะทำให้ไม่มีแสงในการถ่ายภาพได้ ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพ Portrait คือ ช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นและช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะตก 

  1. การจัดองค์ประกอบของภาพ

ในการถ่ายภาพ Portrait จะเน้นไปที่การถ่ายภาพบุคคล ฉะนั้นจะต้องมีการจัดองค์ประกอบของภาพเพื่อให้คนที่เป็นแบบเด่นขึ้นมาจากทุกอย่าง หรืออาจะใช้จุดตัดเก้าช่องในการถ่ายภาพก็ได้ เพื่อให้คนที่เป็นแบบอยู่ตรงกลางของจุดนำสายตา เพื่อให้จุดสนใจไปอยู่ที่ตัวคนที่เป็นแบบ

  1. การโพส การแสดงท่าทาง

การโพสท่าของคนที่เป็นแบบก็เป็นส่วนสำคัญในการถ่ายภาพแบบ Portrait หากโพสท่าผิด จัดท่าทางไม่ดี อาจทำให้ภาพถ่ายที่ได้ออกมาไม่สวยงาม เช่น การหันข้างเพื่อปิดบังอำพรางอุ่น เป็นต้น รวมไปถึงการแสดงออกทางสีหน้า แววตา อารมณ์ด้วย เพราะหากผิดเพี้ยนไปจะทำให้การสื่อความหมายของภาพผิดไปด้วย เช่น อยากให้ภาพถ่ายสื่อความหมายในตอนกำลังเศร้า แต่แสดงท่าทางด้วยการยิ้มมุมปาก ภาพถ่ายที่ได้จะมีความหมายที่เปลี่ยนทันที

และนี่ก็คือเคล็ดไม่ลับในการถ่ายภาพ Portrait เพียงแค่นี้เราก็จะสามารถนำไปปรับใช้ในการถ่ายภาพให้ความสวยงามมากขึ้นได้แล้ว นอกจากจะได้ภาพถ่ายสวยๆของตัวเองแล้วยังสามารถไปถ่ายภาพให้กับคนอื่นได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

ศิลปะ

The Card Players ภาพวาดที่ซ่อนความหมายบางอย่างไว้

ภาพวาดที่ซ่อนความหมาย

ภาพวาดที่ซ่อนความหมาย หนึ่งในภาพวาดที่แพงที่สุดในโลกตอนนี้ ที่ยังคงมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันอยู่ ไม่ใช่ภาพโมนาลิซ่าผู้ทรงสง่า ไม่ใช่ภาพคู่แฝด แต่ว่าเป็นภาพของคน 2 คน กำลังนั่งเล่นไพ่อยู่ ภาพนี้ถูกวาดขึ้นโดยผู้ที่ ปิกัสโซ่ เรียกขานว่าเป็น พ่อ ของศิลปะวาดภาพสมัยใหม่ นั่นก็คือ  Paul Cézanne (ปอล เซซาน) ชาวฝรั่งเศส ภาพ The Card Players นี้ยอดเยี่ยมมากเป็นหนึ่งในซีรีย์ภาพที่วาดจากสีน้ำมัน Post-Impressionist 

ภาพวาด the-card-players ซ่อนอะไรไว้ ภาพวาดนี้ไม่ได้เพียงแค่สวยงาม แต่ผู้วาดยังสื่อถึงการใช้เงินไปกับการพนันของชาย 2 คน ต้องกล่าวไว้ก่อน ถึงแม้ว่าการพนันนี้จะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่สมควรทำเป็นเยี่ยงอย่าง แต่การวาดรูปเหล่านี้นั้น ถือเป็นงานศิลป์อีกตัวอย่างหนึ่งที่ศิลปินหรือจิตรกรนั้นใช้ฝึกฝน หรือนำมาวาดบ่อยๆ อยู่แล้ว เป็นปกติ ดังนั้นจึงอยากให้เราเก็บมุมมองไม่ดีของภาพไว้ก่อน และให้มองอย่างงานศิลป์ 

หากมองภาพนี้อย่างศิลปะ จะเห็นว่าในภาพ มีชายสองผู้ที่กำลังจะเล่นไพ่กัน แต่ว่าในรูปภาพนั้นได้สื่อถึงชายคนหนึ่งที่เป็นผู้มีเป็นคนมีฐานะ และอีกคนหนึ่งเป็นชายที่ยากจน ซึ่งในภาพนี้ ผู้วาดต้องการจะสื่อถึงความเชื่อมั่นในตัวเองของการใช้ชีวิตจากคนสองคน การเป็นอยู่ที่แตกต่างกันซึ่งอีกคนหนึ่งนั้นได้ใส่สูทมานั่งเล่นไพ่กับชายผู้ที่เป็นขอทาน ในรูปภาพนี้ได้สื่อว่าคนมั่งคั่งกับคนยากจนนั้นมิได้วัดกันที่ว่าการแต่งตัว การแต่งกายต่างๆ เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ และสามารถที่จะหลงผิดเหมือนกันได้ จะเห็นได้จากคนทั้งสองนั้นได้เล่นการพนันด้วยกัน 

ภาพวาดนั้นมีแนวความคิดมาจากประสบการณ์การจริง โดยที่นักวาดรูปนี้ได้เห็นชายสองคนกำลังนั่งพักผ่อน และเล่นไพ่กัน ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง โดยมีการแสดงถึงความขบขัน ความสนุก การที่คนสองคนต่างชนชั้นนั้นมาอยู่ร่วมกันได้ด้วยที่ไม่ต้องกลัวสังคมเกลียดชัง ซึ่งดูเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากๆ อาจด้วยเพราะในยุคนั้นมีความคิดที่ว่าจนก็ต้องอยู่ส่วนจน ผู้ใดรวยก็จะอยู่ส่วนของตนเอง ไม่คบค้าสมาคมกับคนที่อยู่คนละชั้นกัน คือไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนจน คนรวยทำอะไรก็ไม่ผิด แต่คนจนนนั้นทำอะไรก็ดูจะผิดไปหมดทุกอย่าง

ในปี2011 ภาพวาด  the card player ถูกซื้อโดยราชสกุลของประเทศกาตาร์ ในราคา 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา คิดเป็นเงินไทยราวๆ 7,500 ล้านบาท เอาชนะภาพวาดที่มีราแพงที่สุด ณ ตอนนั้นได้ 

ภาพวาดนี้เป็น1ในภาพที่ดีที่สุดของปอล เซซาน  โดยแนวทางการวาดแล้วก็การลงสีนั้นแปลกใหม่ มีการปัดพู่กันสั้นๆ ทับกันไปมา รวมทั้งได้รับการชื่นชมจากผู้คน และราชวงศ์ในสมัยนั้น ซึ่งในสมัยนั้นศิลปะค่อนข้างที่จะไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าไหร่นัก

ในทางกลับกัน ปอล เซซาน นั้น กลับได้รับการขนานนามเป็นบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่และงานของเขาเป็นแรงบันดาลใจหรือช่วยบุกเบิกให้มีศิลปิน จิตกร มากมายเกิดขึ้น จึงส่งผลให้ภาพวาดในสมัยแรกของศิลปะสมัยใหม่อย่าง The Card Players เป็นหนึ่งในภาพวาดที่แพงที่สุดในโลก ภาพวาดที่ซ่อนความหมาย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

ศิลปะ

ศิลปะการพูด

ศิลปะการพูด

ศิลปะการพูด การพูดดีย่อมเป็นศรีแก่ตัวเอง การพูดไม่ดีย่อมเป็นภัยแก่ตัวเอง การพูดดีเหมือนกับยาหอม การพูดไม่ดีเหมือนยาพิษ ฉะนั้นแล้วการพูดไม่ใช่เพียงสิ่งปกติที่คนทั่วไปกระทำกัน แต่การพูดยังเป็นศิลปะอย่างหนึ่งด้วย คนใดที่มีศิลปะในการพูดจะยิ่งมีเสน่ห์มาก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าศิลปะการพูดเป็นแบบใด มีความสำคัญอย่างไร

ศิลปะการพูดคืออะไร

ศิลปะการพูด คือการพูดอย่างมีชั้นเชิง มีความรู้ มีภูมิฐาน มีความไพเราะ มีเหตุผล มีหลักและวิธีการ มีลูกเล่นน้ำเสียง รวมทั้งมีจังหวะเวลา กาลเทศะด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้อาจะต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน เพราะการพูดคุยปกติธรรมดาอาจไม่เทียบเท่าการฝึกฝนการพูดโดยเฉพาะ การพูดที่มีการใช้ศิลปะการพูดอย่างเช่น การกล่าวสุนทรพจน์ การโต้วาที การอ่านข่าว การจัดรายการวิทยุ การเป็นพิธีกร เป็นต้น

ศิลปะการพูดต้องมีอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง

1.ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่กำลังจะพูด

ความรู้ความเข้าใจในหัวข้อหรือเนื้อเรื่องที่กำลังจะพูดนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้พูดไม่สามารถพูดโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสับสน ไม่เข้าใจซึ่งที่ผู้พูดจะสื่อ อาจทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่ถูกต้องตรงกัน หรือทำให้ผู้ฟังไม่ได้ประโยชน์หรือเนื้อหาสาระใดๆจากการฟังผู้พูดเลย ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้พูดไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะสื่อสารให้แก่ผู้ฟังได้เข้าใจตรงกัน

2.ต้องมีลูกเล่นน้ำเสียง

ลูกเล่นน้ำเสียง หรือโทนเสียงที่ใช้ในการพูด จะเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจในเรื่องนั้น ทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ อยากฟัง น่าติดตาม ที่สำคัญการใช้น้ำเสียงต่างๆมีผลต่อความรู้สึกของผู้ฟังด้วย อย่างเช่น ในการเล่านิทาน ถ้าผู้พูดเล่าด้วยน้ำเสียงเดียวกันทั้งเรื่องจะทำให้เกิดความน่าเบื่อ ผู้ฟังอาจเบื่อหน่ายจนไม่สนใจเนื้อเรื่อง หรือแม้กระทั่งการที่คุณครูสอนเด็กนักเรียนก็เช่นกัน ถ้าคุณครูใช้น้ำเสียงเนิบๆช้าๆ เด็กนักเรียนจะรู้สึกเบื่อ แต่ถ้าคุณครูใช้น้ำเสียงที่ดุ เด็กนักเรียนจะรู้สึกกลัว และกระตุ้นให้เด็กนักเรียนตื่นตัวตั้งใจเรียนขึ้นได้ 

3.ต้องรู้จักกาลเทศะ

ศิลปะการพูดที่ผู้พูดที่ดีควรมีคือกาลเทศะ การพูดที่ดีควรพูดให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะการพูดเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการมีมารยาทด้วย การเป็นผู้พูดที่ดีไม่ใช่ว่าจะพูดกับใคร เมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้ แต่จะต้องคำนึงถึงคุณวุฒิ วัยวุฒิ สถานที่ ภาษาที่เหมาะสม และเวลาในการพูดด้วย เช่น การพูดกับเพื่อนสามารถพูดปกติได้ การพูดกับผู้ใหญ่จะต้องพูดให้สุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน การพูดกับเด็กอาจพูดด้วยความเอ็นดู เป็นต้น

4.ต้องผ่านกระบวนการคิด

ศิลปะการพูดนั้นควรมีการพูดที่ผ่านการกลั่นกรอง ผ่านกระบวนความคิดมาแล้ว ไม่ใช่จะพูดอะไรก็ได้ เพราะเวลาที่ผู้พูดคิดถี่ถ้วน คิดอย่างละเอียดรอบคอบมาแล้วย่อมส่งผลให้การพูดออกมาดีมากกว่าการพูดที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ไม่ได้ผ่านการคิดวิเคราะห์มา ถึงได้มีคำกล่าวที่ว่า ต้องรู้จักคิดดี พูดดีเข้าไว้

จะเห็นได้ว่าการพูดนั้นไม่ใช่กิจวัตรที่ทำกันเป็นเพียงปกติเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะที่ทำให้สร้างคุณค่า สร้างชื่อเสียง สร้างอาชีพได้ หากรู้จักใช้วิธีการพูดที่ดี ซึ่งอาชีพที่ต้องมีศิลปะในการพูดหรือใช้การพูดเป็นอาชีพก็มีให้เห็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น พิธีกร นักจัดรายการวิทยุ ผู้ประกาศข่าว นักพากย์ ไลฟ์โค้ช ทนาย เป็นต้น อาชีพเหล่านี้ล้วนต้องใช้ศิลปะการพูดอย่างมากเพื่อดึงความสนใจจากผู้ฟัง หากไม่มีศิลปะการพูดที่ดีก็ไม่อาจมีผู้ฟังที่ไหนสนใจฟัง ไม่ได้รับการยอมรับ และไม่อาจมีอาชีพเหล่านี้ขึ้นมาได้

 

 

สนับสนุนโดย   Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ศิลปะ

ศิลปะกับการตกแต่งบ้าน

ศิลปะกับการตกแต่งบ้าน

ศิลปะกับการตกแต่งบ้าน บ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ บ้านจึงเป็นสิ่งที่นอกจากจะมีความปลอดภัยในการพักอาศัยแล้วก็จะต้องมีความสวยงามควบคู่ด้วยเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายสบายใจเมื่ออยู่อาศัย และความสวยงามเหล่านี้ก็จะต้องเกิดจากจิตนาการและการนำศิลปะต่างๆมาผสมผสานให้เกิดสิ่งต่างๆ

ที่มีความแปลกใหม่และสวยงามจึงจะเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านนั้นน่าอยู่ขึ้นและอยู่อย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์ได้อย่างดีด้วย จึงไม่แปลกที่การสร้างบ้านนั้นจะต้องมีการนำสิ่งที่เป็นศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ต่างๆเข้ามาใช้ประยุกต์เข้าด้วยกันและเป็นสิ่งที่สามารถเข้ากันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวเพราะไม่ว่าจะเป็น

โครงสร้างบ้านและการตกแต่งบ้าน ก็เป็นสิ่งที่จะต้องใช้ศิลปะในการออกแบบจินตนาการถึงโครงสร้างของตัวบ้าน ซึ่งการออกแบบโครงสร้างนั้นผู้ออกแบบจะต้องมีความคิดและจินตนาการที่แตกต่างออกไปจากแบบบ้านอื่นๆ เพราะการทำโครงสร้างบ้านในลักษณะเดิมนั้นๆก็จะทำให้บ้านที่ออกแบบไม่มความแตกต่างจากบ้านหลังอื่นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์มนเรื่องของการอยู่อาศัยให้เกิดความผ่อนคลาย

เพราะในบางครั้งผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ต้องการบ้านที่มีโครงสร้างบ้านที่แตกต่างออกไปจากบ้านหลังอื่นๆ เพื่อให้บ้านนั้นมีความแตกต่างรวมถึงการอยู่อาศัยด้วย การนำศิลปะต่างๆและเทคนิคทางด้านศิลปะเข้าใช่วยในการออกแบบตั้งแต่โครงสร้างจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียวและการตกแต่งบ้านนั้นไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุอุปกรณ์ก็จะต้องมีความสอดคล้องกับโครงสร้างบ้านด้วยเพื่อให้เกิดความสวยงามและเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้อย่างดีที่สุด

การเลือกสีและลวดลายในการตกแต่งบ้าน ก็เป็นการใช้ศิลปะอย่างหนึ่งเพื่อเป็นการสร้างสรรค์บ้านมีความสวยงามรวมถึงควมทันสมัยด้วย เพราะสีและลวดลายต่างๆของการตกแต่งบ้านหรือลวดลายบนวัสดุอุปกรร์การตกแต่งบ้านนั้นก็เป็รสิ่งที่จะต้องมีความปราณีตและความสร้างสรรค์ในการเลือกเช่นกัน โดยส่วใหณ่แล้วนั้นบ้านในยุคปัจจุบันจะไม่ได้มีการนำไม้มาสร้างบ้านทั้งหลังแต่จะเน้นการตกแต่งบ้านด้วยลวดลายของไม้ที่มีความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็รไม้แกะสลักหรือไม่ที่มีรูปทรงสวยงามแบะแปลกตานำมาประดับ

หรือตกแต่งบ้านก็สร้างควมสวยงามให้กับบ้านมากเลยทีเดียววมถึงการเลือกสีบ้านหรือเทคนิคความคิดสร้างสรรค์ในการทาสีบ้านก็จะต้องมีความเป็นศิลปะเข้ามาร่วมด้วยเช่นกัน เพราะการทาสีบ้านแบบเดิมนั้นถิเป็นสิ่งที่ไม่มีความแปลกใมห่การสร้างสรรค์สีบ้านให้มีความแปลกใหม่นั้นจึงถือเป็นสิ่งที่บ้านยุคใหม่นั้นนิยมทำกันมาก ไม่ว่าจะเป็การสร้างลวดลายหรือการไล่ระดับสีทาบ้านและตกแต่งเป้นต้น

ความเป็นศิลปะนี้จะทำให้บ้านน่าอยู่ เนื่องจากบ้านที่เราอยู่นั้นได้มีการนำศิลปะเข้ามาร่วมใช้ในการออกแบบและตกแต่งจึงทำมห้บ้านของเรามีความสวยงามที่แตกต่างออกไปจากบ้านอื่นๆทำให้เมื่ออยู่อาศัยจึงให้ความรู้สึกดีและรู้สึกอบอุ่นได้นั่นเอง ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ต้อนำมาใช้ควบคู่กับการสร้างบ้านอยู่เสมอ

 

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

ศิลปะ

การเริ่มต้นของการเรียนศิลปะ

เริ่มต้นของเรียนศิลปะ

เริ่มต้นของเรียนศิลปะ ความรู้เบื้อต้นในทางศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เรียนรู้สามารถที่จะนำไปต่อยอดได้ไม่ว่าจะเป็นการสอบเข้า คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะกรรมและรวมถึงสายงานด้านศิลปะต่างๆด้วยที่เรานั้นตั้งใจที่จะศึกษาหรือนำความรู้ในเบื้องต้นของการเรียนศิลปะไปใช้และประยุกต์ให้เข้ากับงานต่างๆด้วย ดังนั้นการเริ่มต้นที่จเรียนรู้ศึกษาทางด้านศิลปะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปหรืองานด้านศิลปะอื่น

และคนโดยส่วนใหญ่นั้นจะไม่ได้มีการรู้ตัวเองมาก่อนนักว่าตัวเองนั้นจะเหมาะกับศิลแบบใดบ้างหรือควรจะเรียนรู้ในงานศิลปะไปในแนวทางใดดังนั้นแล้วการเริ่มต้นศิลปะบางครั้งจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ยากสำหรับคนบางคนด้วย ถึงแม้ศิลปะจะเป็นสิ่งที่เกิดจากความคิด จิตนาการโดยส่วนใหญ่แต่ในการที่เราจะสามารถเรียนรู้ในงานศิลปะต่างๆได้นั้นเราก็อาจจะต้องอาศัยสิ่ต่างด้วยเช่นกัน

ยกตัวอย่างสำหรับผู้ที่ต้องการเรามต้นในงานศิลปะต่างๆทั้งคนที่มีความชื่นชอบหลงไหลในงานศิลปะมาตั้งแต่เด็กแล้วหรือผู้ที่เพิ่มจะเริ่มต้นมีความหลงไหลหรืออยากที่จะเรียนรู้ในงานศิลปะต่างนั้น โดยการเริ่มต้นในงานศิลปะนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะประเภทใดสิ่งแรกที่ทุกคนจะมีมีก็คือ การเริ่มต้น เราจะต้องหาสิ่งที่เป็นตัวจุดประกายว่าเรานั้นพร้อมที่จะเรียนรู้และเปิดใจกับงานศิลปะ

โดยการเปิดใจกับงานศิลปะนั้นเพ่อเป็นเหมือนการเลือกสายทางด้านการเรียนรู้ของศิลปะมากกว่า เพราะศิลปะนั้นมีหลานสายและแต่ละสายก็มีสิ่งที่สำคัญและหน้าสนใจในการเรียนรู้ที่ต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นศิลปะก็คือการจินตนาการอย่างมีขั้นตอนและมีการใช้พรสวรรค์หรือฝีมอืร่วมด้วย ซึ่งสิ่งนี้อาจจะไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและรักในงานศิลปะมาตั้งแต่เด็กแต่อาจจะป็นอุปสสรคของคนที่เพิ่มเข้าสู่วงการศิลปะนั่นเอง บางคนอาจจะบอกว่าศิลปะนั้นเกิดจาดพรสวรรค์ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช้พรสวรรค์ทั้งหมดแต่ศิลปะเกิดจาการ

เรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่อชอบในงานศิลปะอยู่แล้วหรือผู้ที่เพิ่มชื่นชอบก็ล้วนแต่จะต้องมีการเรียนรู้เพื่อให้เรารู้ถึงในส่งที่ไม่รู้และสามารถนำไปสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดผลงานใหม่ๆทางด้านศิลปะในแนวทางที่น่าสนใจได้และการเรียนรู้ศิลปะนัน้ถือเป็นความรั้ที่จะสามารถนำไปใช้เพ่อต่อยอดได้อย่างแท้จริง

อีกสิ่งที่จะขาดไม่ได้เบยนั่นก็คือการฝึกฝน เพราะผลงานทางด้านศิลปะนั้นจะสามารถพัฒนาไปในทางที่ดีและน่าสนใจได้นั้นศิลปนจะต้องมีการฝึกฝนเพื่อให้ผลงานของตัวเองนั้นเป็นที่สุดให้ได้และการฝึกฝนก็เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้มีการชื่นชอบในศิลปะมาแต่แรกด้ยแต่การฝึกฝนนี่แหละจะสามารถต่อยอดและทำให้เรานั้นเป็นศิลปินในอนาคตได้ไม่เพียงแค่นี้การฝึกฝนเป็นสิ่งที่เรานั้นจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอหรือทำจนกว่าที่เรานั้นจะได้สิ่งที่พอใจ

 

สนับสนุนโดย   ae sexy

ศิลปะ

Shutter Speed หนึ่งในเทคนิคถ่ายภาพ Portrait ให้ชัด

Shutter Speed

Shutter Speed เราเคยได้ทราบแล้วว่าการถ่ายภาพนั้น ต่อให้เป็นกล้องอะไรก็ตามสามารถถ่ายภาพได้ดีทั้งนั้น หลายๆช่างภาพไม่ชอบให้ชมเครื่องมือของตัวเองด้วยซ้ำไป เพราะภาพนั้นออกมาจากมุมมองของช่างภาพ ต้องชมช่างภาพสิ ซึ่งผมเคยโดนด่ามาแล้ว ก็เลยเรียนรู้ที่จะไม่ชมอุปกรณ์ของช่างภาพสักเท่าไหร่

แต่ก็อยากจะให้ยอมรับความจริงกันหน่อยแหละว่า อุปกรณ์นั้นก็เป็นส่วนอำนวยความสะดวกในการถ่ายได้เป็นอย่างดีทีเดียว ภาพบางภาพที่เห็นสุดยอดจริงๆ ก็อาจจะไม่สามารถถ่ายได้โดยกล้องและเลนส์ที่มีประสิทธิภาพไม่ถึงเช่นกัน วันนี้ผมจึงจะมาพูดถึงการถ่ายภาพบุคคล ที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ที่มีความสามาถึงด้วยเช่นกัน อย่างเรื่องแรกในวันนี้นั้นผมจะพูดถึงพื้นฐานแรกในการที่จะถ่ายภาพออกมาให้ชัด นั้นคือ ชัตเตอร์สปีดนั้นเอง

ในสมัยนี้นั้น คงไม่มีแล้วล่ะ กล้องที่มีชัตเตอร์สปีดไม่ถึงในการถ่ายภาพไม่ให้ไหว จริงๆแล้วสัก 1/125 ก็สามารถทำให้ภาพนิ่งชัดได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ถ้าเป็นคนที่มือนิ่งหน่อยเพียงแค่ 1/60 ก็สบายๆแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องแรกนี้คือ ถ้าเราถ่ายภาพ Portrait ต้องคำนึงถึงชัตเตอร์สปีดที่มากพอที่จะไม่ให้ภาพไหว แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า กล้องสมัยนี้ทำได้หมดแหละ แล้วอะไรที่กล้องแต่ละรุ่นจะต่างกันแล้วมีผลต่อค่าความเร็วชัตเตอร์นี้ล่ะ นั้นคือค่า ISO นั้นเอง ค่านี้นั้นส่งผลต่อความความเร็วชัตเตอร์โดยตรงเลย คือถ่าเราถ่ายที่แสงน้อย ค่า ISO ดันได้เพียงไม่เยอะ

ทำให้ค่าชัตเตอร์ของเราได้น้อยกว่า 1/30 ก็เรียกได้ว่าเริ่มลำบากในการถ่ายแล้วล่ะ รวมถึงจะทำให้เกิด Noise ขึ้นมาทำให้ภาพดูไม่สวยอีกด้วย แล้วสมัยนี้นั้น กล้องทุกรุ่นที่ออกมาไม่หยุดหย่อน ก็ยังต้องพัฒนาเรื่งอ ISO อยู่ตลอด คือมันยังไม่สิ้นสุดนั้นเอง ยังไม่นิ่ง ยังสามารถไปได้อีกเยอะ ถ้าวันนึงสามารถได้กล้องถ่ายภาพที่ ISO ระดับเป็นแสนขึ้นไป แล้วยังทำให้ Noiso ยังดูโอเครแล้วละก็ วงการถ่ายภาพคงสะเทือนแน่ๆ

จริงอยู่แหละว่ากล้องนั้นเกี่ยวข้องด้วย แต่ถ้าพูดแค่คำว่าพื้นฐานการถ่ายภาพ ก็เรื่องของการปรับค่าความเร็วให้ไม่น้อยเกินไปนั้นแหละ ก็เพียงพอที่จะทำให้จุดที่เราโฟกัสชัดแบบชัวๆ นอกนั้นแล้วก็ไปวัดกันด้วยเทคโนโลยีที่กล้องและเลนส์แต่ละตัวแต่ละรุ่นทำได้ก็แล้วกัน เอาเป็นว่าถ้าจะพูดถึงเรื่องความเร็วชัตเตอร์เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ยุคฟิล์มมาแล้ว ช่างภาพทุกคนต้องทราบพื้นฐานเรื่องนี้จริงๆ เรื่องของความเร็วที่เราสามารถควบคุมอยู่แล้วได้ภาพที่ชัด ไม่เบลอ

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

ศิลปะ

ลูกยางเป่าลม ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

ลูกยางเป่าลม

ลูกยางเป่าลม อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เบสิค แต่ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างที่สุดเลยล่ะ อุปกรร์นี้จำทำหน้าที่คล้ายผ้า นั้นคือการนำมาทำความสะอาดนั้นเอง เพียงแต่ใช้ในคนละกรณีกันนเท่านั้นเอง อีกทั้งเจ้าอุปกรณ์ลูกยางเป่าลมนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีผลกับอุปกรณ์กล้องใดๆเลย เพราะเป็นเพียงการเป่าลมเท่านี้น

แต่ว่ากับผ้าเช็ดเลนส์นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นก็จริง แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะสร้างผลเสียมากกว่าเหมือนกันนะ อย่างการที่ไม่เช็คผ้าให้ดีแล้วมีเศษฝุ่นเศษหิน ก็จะทำให้ไปขูดเลนส์ได้ แต่เจ้าที่เป่าลมนี้ มันไม่ได้ไปขูด ก็ต้องระวังเพียงแต่เรื่องอย่าจิ้มเข้าไปลึกจนไปโดนแก้วหรือเซนเซอร์ที่มีความละเอียดอ่อนได้ และเรื่องที่คนจะกังวล แต่ว่าจะเกิดขึ้นได้ยากนั้นก็คือ มีเศษฝุ่นที่ถูกเป่าออกมาไปโดนเซนเซอร์เสียหายนั้นเอง แต่ก็นะใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้

ลูกยางเป่าลมนี้ จริงๆก็มีให้ใช้กันตั้งแต่ยุคไหนต่อไหนแล้วล่ะ แล้วก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากเช่นกัน เรียกได้ว่าถ้าไม่มีลูกลมเป่ายางนี่ จะทำให้เกิดปัญหากับภาพเราได้อย่างแน่นอน แล้วมันใช้ต่างกับผ้ายังไงหรอ เพราะมันมีหน้าที่ในการกำจัดฝุ่นได้เหมือนกัน งั้นต้องบอกว่า ถ้าเราไม่ได้เอามือไปโดนอะไรทั้งแก้วเลนส์และเซนเซอร์รับภาพแล้วล่ะก็ สิ่งสกปรกที่มาติดส่วนมากจะเป็นฝุ่นกับละอองน้ำนั้นเอง แล้วถ้าเป็นกรณีที่เราเห็นเป็นฝุ่นเราก็ใช้ลูกลมย่างนี่เป่าให้ฝุ่นออกได้เลย แต่ถ้าเป็นหยดน้ำหรือคราบมันจากมือเราละก็ หมดสิทธ์ที่ลูกลมยางจะเป่าออกได้ ก็ต้องใช้ผ้าเช็ดเท่านั้น

ซึ่งอย่างที่บอกถ้าใช้ผ้าเช็ดจะมีความเสี่ยงทำให้เกิดรอยขนแมวเหล่านั้นได้ แต่ว่านั้นก็ช่วยไม่ได้จริงๆถึงเวลาต้องใช้ก็ต้องเช็คผ้าให้ดีๆ จากนั้นก็เรื่องของลูกยางเป่าลมนี้จะมีหลายขนาดเช่นกัน แล้วแต่ละขนาดก็ให้ลมแรงไม่เท่ากันอีกด้วย ถ้ารู้สึกว่าเป่าแล้วไม่ค่อยออก นั้นก็แปลกว่าลูกยางเล็กเกินไป

ลูกยางนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เหล่าตากล้องนั้นต้องมีแต่ว่าในทางกลับกันก็เกลียดมากๆเช่นกัน เพราะเจ้าลูกยางนี้เป็นอะไรที่กินเนื้อที่ในกระเป๋าซะเหลือเกิน เอาเป็นว่ามันต้องกินช่องใส่เลนส์ช่องนึงเลยทีเดียว แล้วก็เป็นเรื่องที่รับได้ยาก ทำให้ชอบเอาไปยัดไว้ที่ช่องอื่นแทน แล้วก็ทำให้มันบีบอยู่อย่างนั้น นี่แหละกลายเป็นการทำให้ลูกยางเสียง่ายอีกด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  เว็บพนันต่างประเทศ ถูกกฎหมาย

ศิลปะ

ภาพกระจกเงาสะท้อนเฉพาะส่วน

ภาพกระจกเงา

ภาพกระจกเงา สะท้อนเฉพาะส่วน หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

เทคนิคง่ายๆ ไม่ยากเลย ถือว่าเป็นเทคนิคที่ง่ายสุดๆแล้ว เรียกได้ว่าทำตอนไหนก็ได้ เพราะคงไม่มีสาวคนไหนที่ไม่มีกระจกแป้งพับแน่ๆล่ะ ถ้าไม่มีก็คงแปลกเลยทีเดียว การถ่ายรูปแนวนี้เป็นแนวที่หาได้ยาก เพราะมันจะเป็นการถ่ายเน้นไปในแนวอาร์ทๆ แอปสแตคหน่อยๆ ไม่ใช่เพื่อการโชวความสวยงามของตัวแบบสักเท่าไหร่

เพราะการถ่ายแบบนี้เป็นการเจาะเฉพาะจุดที่เราอยากจะถ่ายเพียงเท่านั้น อาจจะเห็นได้อยู่บ้างกับงานโปสเตอร์และภาพโฆษณา สินค้าประเภทเครื่องสำอาง จริงๆแล้วมันนำไปใช้กับภาพโฆษณากับงานสินค้าประเภทเครื่องประดับได้ด้วยนะ แต่ก็ไม่ค่อยเคยเห็นใช้สักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าอะไรก็แล้วแต่ที่โจทย์เป็นการถ่ายเจาะจงให้เห็นเฉพาะสิ่งที่อยากให้เห็น ใช้เทคนิคนี้ได้เลย

อุปกรณ์เป็นสิ่งที่มีกันทุกบ้านแหละ สำหรับท่านหญิงก็ง่ายๆเลยกับ ตลับแป้งพับที่มีกระจกอยู่ จะเป็นแบบกลมหรือแบบเหลี่ยมก็ได้ ซึ่งตรงนี้ควรเลือกได้เข้ากับสิ่งที่เราอยากจจะเจาะภาพให้เห็นนั้นเอง ฉากก็ไม่จำเป็นต้องจัดอะไรมากมาย เรียกได้ว่าเป็นฉากที่รกๆได้เลย เพียงแต่ไม่ว่าฉากใดก็ตาม ควรเว้นระยะห่างจากกระจกเราสักหน่อย

เพื่อที่ว่าเราจะสร้างจุดสนใจให้สิ่งที่อยู่ในกระจกเท่านั้น นั้นก็คือการทำให้ทุกสิ่งยกเว้นแบบที่อยู่ในกระจกนั้นเบลอยังไงล่ะ เพียงแค่นั้นเอง แล้วส่วนที่อยู่ในกระจกก็จะเด่นอย่างมาก เห็นไหมละว่ามันเหมาะกับการโฆษณาสินค้ากันขนาดไหน ต่อไปก็ง่ายๆอีกเช่นกัน เราอยากจะให้เห็นอะไร ถ้าถ่ายกันเล่นๆก็ ตาติดจมูก นิดหน่อยก็ได้ หรือปากติดจมูกนิดหน่อยก็ได้ หรือจะเป็นหูติดตานิดหน่อย หรือจะเป็นอามือจับตุ้มหูก็ได้นะ

นี่ก็คือการนำตัวเราเป็นแบบอย่างง่ายๆ ถือเป็นอาร์ทๆที่เราทำได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย แล้วด้วยความเป็นภาพแบบแอปสแตคแบบนี้ สามารถที่จะถ่ายเป็นภาพขาวดำด้วยเช่นกันนะ ซึ่งถือว่าสร้างความน่าสนใจได้ดีทีเดียว

การถ่ายแบบนี้จะมีข้อจำกัดนิดหน่อยตรงที่ถ้าใช้กล้องจากมือถืออาจจะไม่มีความเบลอไม่พอที่จะทำให้แบบเฉพาะส่วนที่อยู่กระจกนั้นเด่นไม่พอ ดังนั้นแล้ว ถ้ามีกล้องตัวโปรแล้วก็เลนส์ละลายโหดๆหน่อย ก็จะยิ่งดีเลยทีเดียว สำหรับการถ่ายเทคนิคนี้ ถือเป็นเทคนิคการถ่ายภาพให้หน้าสนใจระดับต้นๆ ที่เรียกได้ว่าง่ายที่สุดเลยทีเดียว ใครอยู่บ้านช่วงนี้เหงาๆจากการโดนเคอร์ฟิวแบบนี้ ก็หยิบกล้องมาถ่ายกันเล่นๆได้เลยนะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet

ศิลปะ

ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง ใครที่ไม่ได้เล่นกล้องนั้น ต้องขอบอกเลยว่า จะไม่เข้าใจเหล่านักเล่นกล้องเลยว่า ทำไมในกระเป๋ากล้องนั้น จำเป็นต้องมีของมากมายขนาดนี้ เอาเป็นว่ามีกระเป๋าใหญ่ขนาดไหนก็ตาม ก็หาอะไรใส่ยัดลงไปจนหมดอยู่ดีแหละ แล้วนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราชาวตากล้องจริงๆ เหล่าแฟนหรือเพื่อนที่ไม่ได้เล่นกล้องไม่เข้าใจกันหรอกว่าทำไมต้องเยอะแยะมากมายกันขนาดนี้ อยากจะบอกเลยว่ากระเป๋ากล้องนั้นเป็นเรื่องปวดหัวของตากล้องใครหลายๆคนอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องของกระเป๋าดีไม่ดีนะ แบรนด์ชั้นนำหรือแบรนด์ถูกๆทั่วไป จริงๆก็มีส่วนเกี่ยวนะ แต่ว่าคงไม่ต้องลงลึกตอนนี้ ไว้ทีหลังละกัน เพราะวันนี้เราจะมาพูดถึงความปวดหัวของเหล่าช่างกล้องในการจัดกระเป๋า

คนอื่นอาจจะคิดว่ากระเป๋าใบขนาดนั้นใส่พออยู่แล้ว หรือว่าคงคิดว่าก็ก่อนจะซื้อก็น่าจะรู้แล้วนิว่าจะใส่อะไรบ้าง ก็น่าจะพอไม่ใช่หรอ ผิดแล้วครับ กระเป๋ากล้องนั้นเป็นอะไรที่ซื้อมาเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ไม่ว่าจะคำนวณมาดีขนาดไหนแล้วก็ตาม ก็จะยังไม่พอในการใช้อยู่ดีแหละ เพราะว่ากระเป๋ากล้องมันขยายไม่ได้ไง แต่ว่าอุปกรณ์กล้องมันขยายได้ยังไงละครับ ฮ่าๆ เข้าใจแล้วสินะ  กระเป๋ากล้องนั้นไม่ว่าจะมีช่องเยอะแยะขนาดไหน เราก็หาอะไรมาใส่ได้จนเต็มนั้นแหละ อย่างของหลักๆที่งอกขึ้นมาเป็นปกติของเหล่าตากล้องนั้นก็คือ ตัวบอดี้กล้อง กับเลนส์ และแบตเสริม พวกนี้เป็นสิ่งที่มันต้องพกไปอยู่แล้ว

ยิ่งถ้าต้องเป็นทริปที่ไปหลายวันก็ต้องพกพวกอุปกรณ์ชาร์ตไปด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่า มันเปลืองที่มากๆ แล้วถ้าวันไหนมีบอดี้กับเลนส์งอกขึ้นมานะ นั้นแหละวันแห่งความปวดหัว มันนั่งจัดแล้วจัดอีกว่าจะเอาอะไรใส่ตรงไหน ให้ได้มากที่สุด อย่างผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง ผมนะ บอดี้กล้องดิจิตอลตัวนึง เลนส์สามตัว บอดี้กล้องฟิล์มสี พร้อมเล่นอีกสองตัว บอดี้กล้องฟิล์มขาวดำพร้อมเล่นอีกสองตัว คิดว่าพอไหมละ ฮ่าๆ มันจบแค่หลักก็ดีสิครับ

เรื่องที่หน้าปวดหัวรองลงมาก็นั้นแหละ อุปกรณ์เสริมยังไงละครับ  มันเป็นอะไรที่เล่นไปเรื่อยๆแล้วก็ยิ่งจะอยากพกนู้นนี่มากขึ้น ซึ่งก็บอกว่าว่าแต่ละอย่างนั้นจำเป็นต้องพกด้วยเป็นบางอย่าง เพราะว่าเป็นส่วนช่วยพวกเราได้จริงๆ เวลาที่เกิดอะไรขึ้นที่จำเป็นต้องใช้ จะได้มีใช้ได้ทัน นั้นแหละคือประเด็นของการนำเสนอ เดี๋ยวผมจะมาลิสไว้สับสิบอย่างที่มันเป็นของที่เราชาวตากล้องพกแล้วอุ่นใจ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์